วันที่16มกราคม 2564 วันนี้ วันครู

วันที่16มกราคม 2564
วันนี้ วันครู

ครู อุปฌาชย์ อาจาริยะคุนัง อะหังวันทามิ

ครูคนแรกคือพ่อแม่..ที่ให้ชีวิต 
สอนให้เดิน สอนให้กิน สอนให้พูด

ครูคนที่สองคือ..ครูที่สอนให้มีชีวิต

สอนให้มีสติปัญญา
สอนให้มีความกตัญญู
สอนให้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน
ครูเคี่ยวคั่วให้วิชาความรู้ 
เสมือนคั่วข้าวตอกให้เม็ดแตกเสมอกัน
จนมีความรู้ที่แตกฉาน
ครูใช้ไม้เรียวเมื่อทำผิด
สอนให้มีระเบียบวินัย
ตีแล้วปลอบใจอย่าทำผิดอีกนะ
สอนไม่เบื่อ สอนซ้ำๆทำให้ดู
สอนให้คิด สอนให้เขียน
สอนว่า..มีความรู้อย่างเดียวไม่ได้
สอนให้เสียสละ สอนให้แบ่งปัน
สอนว่า..ต้องให้อภัย
สอนให้มีศิลปด้วยการรออย่างอดทน
สอนให้ยืนตรงเคารพธง ร้องเพลงชาติ 
ครูสอนให้รักชาติศาสน์กษัตริย์
ครูสอนให้จงรักภักดีต่อแผ่นดิน

ได้วิชาจากครู..
จึงมีชีวิตที่รู้จักคำว่าพอ..และคำว่ารอ

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันพุธที่13มกราคม 2564

วันพุธที่13มกราคม 2564
วันพระแรม14ค่ำเดือนยี่ปีชวด
ร่วมถวายกุฎิแก่พระสงฆ์ในทิศทั้งสี่
ถวายปัจจัยค่าน้ำค่าไฟ
ถวายปัจจัยสร้างพระสิวลี
ถวายปัจจัยร่วมบุญงานพระสงฆ์มรณะภาพ
มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ให้หน่วยงานราชการ

ถวายมหาสังฆทานภัตตาหารแก่พระสงฆ์หมู่ใหญ่ในทิศทั้งสี่ 
ณ.อุทยานธรรมดงยาง ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ
……………………………………………………….
ทุก ๆ นาทีมีคนตายและรอตาย
 เราไม่เคยรู้ว่ามีกี่คนที่อยู่ข้างหน้า
 เราไม่สามารถย้ายไปท้ายแถว
 เราไม่สามารถก้าวออกจากแถว
 เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้

โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน
อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน 
พรุ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน 

อดีตที่ผ่านมาสอนให้เห็นว่า 
เราเจอสิ่งที่ไม่แน่นอนอะไรมาบ้าง 
แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดนั้นคือ ความตาย 

ทุกคนต้องตายแน่นอน 
เด็กก็ตาย หนุ่มก็ตาย แก่ก็ตาย 
ไม่สามารถหนีพ้นจากความตายได้เลย 

คนที่อายุน้อยกว่าเราที่ตายไปมีให้เห็นทุกวัน 

พระพุทธองค์ตรัสสอนไว้ว่า 
ให้ตั้งตนอยู่บนความไม่ประมาท

สิ่งที่ยังไม่ได้ทำให้รีบทำ 
อยู่กับคนที่เรารักและรักเรา 
ให้รีบบอกรัก ก่อนที่จะไม่มีโอกาสบอก

ตอนนี้ชีวิต
ยังหายใจอยู่เป็นลาภอันประเสริฐ

ปัจจุบันสำคัญที่สุด

เดินมาไกลไม่มีเวลาพอ
ที่จะเสียดายทุกสิ่งที่ผ่านมา
ไม่มีสิ่งใดเป็นของ ของเรา
มีแต่บุญกับบาปเท่านั้น

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

เรื่องนางกาลียักษิณี ผู้ผูกอาฆาตจองเวร

เรื่องนางกาลียักษิณี ผู้ผูกอาฆาตจองเวร

ชายหนุ่มคนหนึ่งในนครสาวัตถี เมื่อบิดาตายแล้วได้ทำการงานแทนบิดาอย่างหนัก มารดาจึงจะหาหญิงมาช่วยเขาทำงาน เพื่อแบ่งเบาภาระ

 ชายหนุ่มจึงขอให้มารดาไปขอหญิงกุมารีที่ตนชอบใจมาเป็นภรรยา แต่อยู่ด้วยกันแล้วพบว่าหญิงกุมารีนั้นเป็นหมัน ไม่สามารถมีลูกได้  

มารดาจึงบอกบุตรชายว่าตระกูลของเราต้องมีลูกมีหลาน แม่จะเลือกภรรยาใหม่ให้ลูกสักคน แต่บุตรชายห้ามไว้ยังไม่อยากมีภรรยาอีกคน

ฝ่ายภรรยาคิดว่าสามีของตนคงทัดทานมารดาได้ไม่นาน ถ้าสามีมีภรรยาอีกคน  แล้วภรรยาใหม่ให้กำเนิดบุตร คราวนี้เธอจะหมดความหมาย  ถูกใช้งานเหมือนนางทาสี 

อ่านต่อ

วันพฤหัสบดีที่7มกราคม2564

วันพฤหัสบดีที่7มกราคม2564
ถวายมหาสังฆทานแก่พระสงฆ์หมู่ใหญ่
ในทิศทั้งสี่ ณ.อุทยานธรรมดงยาง ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

กุศลผลบุญใดที่ข้าพเจ้าเพียรสร้างเพียรกระทำด้วยกายวาจาใจทั้งหมดทั้งสิ้น
ข้าพเจ้าน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่คุณพระศรีรัตนตรัย และคุณบิดามารดา

ขออุทิศให้แก่บิดามารดาปู่ย่าตายาย
บรรพบุรุษ บรรพชนผู้ล่วงลับ
สรรพสัตว์สรรพวิญญานไม่มีประมาณ
จงมีส่วนในการอุทิศกุศลผลบุญของข้าพเจ้า

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยปกปักรักษาทุกท่านให้ตลอดปลอดภัยจากภัยทั้งหลายทั้งสิ้นมีสุขภาพแข็งแรง สุขกายสบายใจด้วยบุญด้วยทานเทอญ

———————–
โทษของความตะหนี่
     เมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่กรุงสาวัตถี ทรงปรารภอานันทเศรษฐี ความว่า ในกรุงสาวัตถี เศรษฐีชื่ออานันทะ มีสมบัติประมาณ ๘๐ โกฏิ 

แต่เป็นคนตระหนี่มาก ได้ฝังทรัพย์ไว้ ๕ แห่ง ไม่ยอมบอกแก่บุตรของตน เมื่อจะตาย มีความหม่นหมองเพราะความตระหนี่ 

ตายแล้วไปเกิดเป็นลูกของหญิงจัณฑาลคนหนึ่ง ซึ่งอยู่อาศัยใกล้ประตูพระนครนั้น เมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงทราบว่า อานันทเศรษฐีทำกาละแล้วรับสั่งให้เรียกมูลสิริผู้เป็นบุตรเข้ามาเข้าเฝ้า ทรงตั้งให้เป็นเศรษฐีแทนพ่อ

     ตระกูลคนจัณฑาลเหล่านั้น รับจ้างทำงานร่วมกัน พอได้ค่าจ้างพอเลี้ยงตัวครอบครัวเป็นวันๆไป เมื่อถือปฏิสนธิของทารกนั้น 

ทำให้ไม่ได้ค่าจ้างทั้งไม่ได้อาหารมาก 
ได้พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องให้ทรงอยู่ได้เท่านั้น 

จึงประชุมปรึกษากันว่า ในระหว่างพวกเรานี้คงมีหญิงกาลกิณีอยู่เป็นแน่จึงได้แบ่งแยกกันออกไป 

ให้บิดามารดาของเด็กนั้นออกไปที่อื่น ทำให้ได้รับความลำบากอดอยากยากแค้นตลอดเวลาที่ลูกอยู่ในท้อง 

พอคลอดออกมา ทารกนั้นมีมือ เท้า นัยน์ตา หู จมูก ปาก ไม่ตั้งอยู่ในที่ตามปกติ มีอวัยวะวิกล มีรูปร่างน่าเกลียดมาก ดุจปีศาจคลุกฝุ่น ถึงจะเป็นเช่นนั้น พ่อแม่ก็ไม่ยอมละทิ้งบุตรของตน ย่อมมีความเยื่อใยรักใคร่อยู่เสมอ 

นางเลี้ยงลูกมาด้วยความยากลำบาก ถ้าวันไหนพาลูกไปด้วยวันนั้นจะไม่ได้อะไรเลย วันไหนให้ลูกอยู่บ้าน แม่ไปหารับจ้างเอง วันนั้นจึงได้ค่าจ้างมาเลี้ยงลูก

     เมื่อลูกโตขึ้นมาพอสมควรแล้ว จึงกล่าวกับลูกว่า “พ่อแม่มีความลำบากมากพ่อแม่ไม่อาจเลี้ยงเจ้าได้ อาหารและวัตถุทั้งหลาย มีข้าว เป็นต้น ที่เขาจัดไว้เพื่อคนกำพร้าอนาถาและคนเดินทางในเมืองนี้มีอยู่ เจ้าจงไปขอทานเขากินเถิด” 

แล้วปล่อยบุตรนั้นไป เด็กนั้นก็เที่ยวขอทาน เขากินไปตามลำดับเรือน เมื่อไปถึงที่ตนเกิดคราวเป็นอานันทเศรษฐี ระลึกชาติได้จึงเข้าไปสู่เรือนของตน 

ไม่มีใครสังเกตเขาเลย พอถึงซุ้มประตูที่ ๔ พวกบุตรของมูลสิริเศรษฐีเห็นแล้วมีความหวาดกลัวมากจากรูปร่างหน้าตาที่อัปลักษณ์ถึงกลับร้องไห้ คนทั้งหลายในบ้านนั้นจึงพาขับไล่เด็กนั้นว่า 

เอ็งจงออกไปคนกาลกิณี โบยพลางนำออกไปพลาง แล้วโยนไว้ที่กองหยากเยื่อ

พระศาสดา เสด็จไปบิณฑบาตกับพระอานนทเถระ เมื่อไปถึงที่นั้นจึงทอดพระเนตรดูพระเถระ พระเถระจึงทูลถามแล้วตรัสบอกพฤติการณ์นั้น พระเถระให้เชิญมูลสิริเศรษฐีผู้บุตรมา 

พวกประชาชนก็มา ประชุมกันเป็นการใหญ่ พระศาสดาตรัสเรียกมูลสิริเศรษฐีมาแล้ว ตรัสว่า ท่านรู้จักทารกนั้นไหม ? 

มูลสิริเศรษฐีทูลว่า ไม่รู้จักพระเจ้าข้า จึงตรัสบอกว่า ทารกนั้นคืออานันทเศรษฐี ผู้บิดาของท่าน แล้วยังทารกนั้นให้บอกขุมทรัพย์ด้วยพระดำรัสว่า อานันทเศรษฐีท่านจงบอกขุมทรัพย์ใหญ่ ๕ แห่งแก่บุตร 
ของท่าน 

เบื้องแรกมูลสิริเศรษฐียังไม่เชื่อครั้นขุดขุมทรัพย์ได้ถูกต้อง จึงเชื่อและเลื่อมใสต่อพระพุทธเจ้าได้ขอถึงพระศาสดาว่าเป็นสรณะ 

พระบรมศาสดาจึงทรงแสดงธรรมแก่มูลสิริเศรษฐีว่า

     “ถึงแม้ว่าคนเราจะมีบุตร มีทรัพย์มากขนาดเป็นเศรษฐี ทรัพย์ก็ดี บุตรก็ดี
หากทำประโยชน์อะไรไม่ได้
ไม่สามารถจะยังสุขอะไรให้เกิดแก่ตนได้ 
ดูตัวอย่างอานันทเศรษฐีเถิดท่านทั้งหลาย”
………………………………………………….
เกิดเป็นเศรษฐีมีทรัพย์มหาศาล
ตายแล้วเกิดใหม่เกิดเป็นลูกขอทาน
มีก็เหมือนไม่มีน่าคิดจริงหนอ…
———————————–

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

สคส ปี ๒๕๖๔

ขอให้ทุกท่าน
ประสบแต่โชคลาภ 
มีสุขภาพแข็งแรง 
ขอให้ความโชคดีวิ่งเข้ามาในชีวิต 
ขอให้พรอันศักดิ์สิทธิ์ห้อมล้อมรอบกาย 
ขอให้สมหวังสมปรารถนา 
หมดหนี้ มีกินมีใช้ตั้งแต่วันนี้
และตลอดปี2564

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

..ตลอดปี..2563..

..ตลอดปี..2563..

บุญกุศลใด..ที่ข้าพเจ้าสร้างไว้ดีแล้ว..ใน
สาธารณกุศล..และสร้างบุญในพระพุทธศาสนา..

..ข้าพเจ้าขออ้างอิง..คุณพระศรีรัตนตรัย
คุณพระพุทธ..คุณพระธรรม..คุณพระสงฆ์..
เครื่องแห่งความเจริญ..ให้ท่านทั้งหลาย..
เจริญด้วยอายุ..วรรณะ..สุขะ..พละ ปฎิพาน..ธนสารสมบัติ..
เป็นผู้สมความปรารถนาทุกประการ..
ตลอดปี 2564 เทอญ..

พรครั้งที่1

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

ลูกรัก

ลูกรัก
การเอาชนะคนอื่นเพื่ออะไรก็แล้วแต่..เสียเวลามาก
แม่ยอมแพ้ทุกคน..เพื่อชนะใจตัวเองเท่านั้น
เวลามีค่ามากมายในแต่ละวัน 
อย่าเอาคำพูดคนอื่นมาเป็นภาระทางใจ
มันไม่unfairกับใจเรา

..ใจกว้างเรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก..
..ใจแคบเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่..
..คนที่เห็นแต่ความผิดถูกผู้อื่น…
..คือคนไม่เคยให้โอกาสใคร..แม้แต่ตัวเอง..

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

อำนาจแห่งศีลและบุญทานที่สะสมไว้ดีแล้วตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

อำนาจแห่งศีลและบุญทานที่สะสมไว้ดีแล้วตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันขอน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่คุณพระพุทธ คุณพระธรรม
คุณพระสงฆ์ 

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยจงปกปักรักษาประชาชนบนพื้น
แผ่นดินไทยให้ปราศจากภัยพิบัติด้วยความไม่ประมาทด้วยเทอญ

..บุญชื่อว่าความสุข..
..ขอให้บุญรักษา..
..คุณพระศรีรัตนตรัย
..คุ้มครองป้องกัน..

save samut Sakon

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ