ทำดีให้ถึงดี ทำดีให้พอดี ทำดีให้ได้ดี

D. ทำดีให้ถึงดี ทำดีให้พอดี ทำดีให้ได้ดี .

@. การทำดี ถ้าถึงดี มีความสุข
แสนสนุก สุขกับดี ไม่สับสน
ใครจะชอบ หรือไม่ชอบ เข้าใจคน
ใครจะบ่น ใครจะว่า ก็ว่าดี

@. การทำดี ให้พอดี มีความสุข
จะไม่ทุกข์ จนเกินไป แสวงหา
อยากดีเกิน เดี่ยวจะเพลิน เกินปัญญา
เกิดปัญหา เกิดความทุกข์ ไม่รู้ตัว

@. การทำดี ให้ได้ดี ถึงที่สุด
บริสุทธิ์ สำเร็จ สมประสงค์
จะเหนื่อยยาก ถึงลำบาก ก็มั่นคง
เดินทางตรง คงความดี ได้ดีเอย..

..เป็นกำลังใจให้ทุกความดี..
..อนงฺคโณภิกฺขุ..

ที่สุดในชีวิต

..ที่สุดในชีวิต สุขภาพสำคัญที่สุด..
..ที่สุดในชีวิต ไม่เป็นหนี้ดีที่สุด..
..ความบริสุทธิ์ของจิต ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

..ความทุกข์ทำให้เห็นความไม่เที่ยงแท้
..ไม่แน่นอนในชีวิตมากที่สุด

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

ความห่วงใย ความผูกพันธ์ ความรัก

ความห่วงใย ความผูกพันธ์ ความรัก
เมื่อมีต่อกันอย่างสม่ำเสมอจึงเกิดเป็นความเชื่อใจ

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

เลือกชาม

“เลือกชาม”
เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปเลือกซื้อชามในร้านแห่งหนึ่ง
เขาหยิบชามใบหนึ่งขึ้นมา เมื่อเห็นชามใบที่ถูกใจ ก็เอาชามที่อยู่ในมือนั้นเคาะไปยังชามใบที่ถูกใจเพื่อฟังเสียงชามกระทบกัน

เมื่อชามทั้งสองใบกระทบกันกลายเป็นเสียงหนักๆไม่ดังกังวานเหมือนที่เขาคิด เขารู้สึกผิดหวังได้แต่ส่ายหัวไปมา
จากนั้น เขาก็ได้เลือกชามใบใหม่ ใบแล้วใบเล่า

ชามทุกใบทำให้เขาส่ายหน้าและผิดหวังทุกใบ ไม่มีใบใดที่ทำให้เขาพอใจได้เลย
แม้แต่ใบที่เถ้าแก่เลือกให้ ซึ่งเป็นชามเกรดA เขาก็ยังส่ายหน้าไม่พอใจอยู่ดี
ด้วยความสงสัยของเถ้าแก่ จึงถามชายหนุ่มว่า

“คุณเอาชามมาเคาะกันทำไม?”  
“อาจารย์ท่านหนึ่งสอนผมว่า หากจะซื้อชาม ให้เอาชามมาเคาะกันหากเสียงชามกังวาน นั่นแปลว่าชามใบนั้นมีคุณภาพครับ” ชายหนุ่มตอบเถ้าแก่เจ้าของร้าน
เจ้าของร้านหยิบชามใบหนึ่งขึ้นมาส่งให้เขา แล้วบอกกับเขาว่า

“พ่อหนุ่ม คุณลองเอาชามใบนี้ไปเคาะกับชามใบอื่นดูสิ! ฉันเชื่อว่าคุณน่าจะได้ชามที่คุณพอใจ”

เขารับชามใบนั้นมาแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ลองทำตามที่เถ้าแก่บอก
น่าแปลกจริงๆ

ไม่ว่าเขาหยิบชามใบใดขึ้นมา เมื่อเอาขึ้นมาเคาะกับชามที่เถ้าแก่หยิบให้ ชามทุกใบต่างก็ดังกังวานเหมือนที่อาจารย์ท่านนั้นได้บอกแก่เขา

“แปลกจริงๆครับ ทำไมชามใบนี้ถึงพิเศษแบบนี้ละครับ มันต่างจากชามที่ผมหยิบมาเมื่อสักครู่นี้ยังไง?”

เถ้าแก่อมยิ้มชอบใจ เฉลยให้ชายหนุ่มฟังว่า
“ชามใบนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษกว่าชามใบอื่นแต่อย่างใด ที่มันต่างกันก็เพราะชามที่คุณหยิบมาเมื่อสักครู่นี้ มันเป็นชามที่มีรอยร้าว เมื่อคุณเอาไปเคาะกับชามใบใดๆ มันจะมีเสียงกังวานได้ยังไง หากคุณต้องการชามดีๆสักใบ คุณต้องมั่นใจก่อนว่า ชามที่อยู่ในมือของคุณก็เป็นชามที่มีคุณภาพเหมือนกัน!”


ชามที่ร้าว ก็เหมือนใจที่มีรอย
หากคุณมีความจริงใจในการคบมิตร ย่อมได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ

ดั่งชามที่กระทบกัน ชามดีย่อมกังวาน ชามร้าวจะกังวานได้อย่างไร?

เมื่ออยู่ร่วมคบหากับใคร หากใจตนเต็มไปด้วยความคลางแคลงสงสัย
ก็คงยากที่จะห้ามมิให้ใครเขาคลางแคลงสงสัยต่อเราเช่นกัน

ที่จริง ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา สามารถเป็นผู้อุปถัมภ์ในชีวิตของเราได้ทุกคน

เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่ว่า เราดีเหมือนที่เขาดีหรือไม่?

คุณมีความจริงใจ ย่อมได้ความไว้ใจตอบกลับมา
คุณมีความรักความอาทร ย่อมได้ความเคารพตอบกลับมา
กลับกัน หากคุณเสแสร้ง อิจฉา หรือชิงชังผู้อื่น

สิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาก็คือกำแพงสูงกั้นและความเย็นชาเป็นธรรมดา
ในชีวิตเรา ต่างมีชามหนึ่งใบ
ชามใบนั้นใส่ความดี ความไว้ใจ ความอภัย ความจริงใจฯ

หรือ ความชั่วร้าย ความเสแสร้ง ความคับแค้น ความสงสัย ความเห็นแก่ตัวฯ
ทำชามของตนเองให้ดีก่อน จากนั้นรอคอยชามดีๆอีกมากมายมากระทบ คบหาใคร จงคบกันด้วยความจริงใจ
…..

Cr.นุสนธิ์บุคส์

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

สารทจีน(中元節 )

สารทจีน(中元節 )

คนแต้จิ๋วในไทยนิยมเรียก ชิกหง่วยปั่ว (七月半:เทศกาลกลางเดือนเจ็ด)พิธีกรรมนี้มีรากฐานมาจากลัทธิเต๋าเป็นหลัก โดยลัทธิเต๋านี้จะมีการบูชาเทพเจ้าสามองค์ได้แก่ เทพเจ้าฟ้า เทพเจ้าดิน และเทพเจ้าน้ำ โดยเทพเจ้าทั้งสามนี้เป็นเทพเจ้าที่เกี่ยวกับธรรมชาติทั้งสิ้น

การบูชาเทพเจ้าฟ้า (เทียงกัวไต่ตี่:天官大帝) จะกระทำกันในวันเพ็ญแรกของปีหรือวัน 15 ค่ำเดือนอ้าย(เทศกาลหง่วงเซียว) บูชาเทพเจ้าดิน(ตี่กัวไต่ตี่:地官大帝)ในวันเพ็ญกลางเดือนเจ็ด และบูชาเทพเจ้าน้ำ(จุ๋ยกัวไต่ตี่:水官大帝)ในวันเพ็ญกลางเดือนสิบ

การบูชาเทพเจ้าดินนี้เองเป็นที่มาของพิธีกรรมสารทจีน ด้วยเหตุว่าเทพเจ้าดินนี้เป็นเทพผู้เป็นประธานแห่งพื้นดินทั้งหมดดังนั้นจึงเชื่อว่าเทพองค์นี้เป็นประธานแห่งนรกภูมิไปด้วย

(ความหมายคือเป็นพญายมราช แต่เป็นพญายมราชคนละความหมายในศาสนาพุทธ)

ดังนั้นจึงมีความเชื่อว่าวันที่บูชาเทพเจ้าดังกล่าวเป็นวันที่นรกภูมิเปิดเพื่อให้บรรดาวิญญาณของบรรพชนและวิญญาณทั่วไปได้กลับขึ้นมาเยี่ยมญาติพี่น้องบนโลกมนุษย์หรือวิญญานที่ไม่มีญาติก็จะได้มารับส่วนบุญและข้าวของเครื่องใช้จากมนุษย์

จากความเชื่อดังกล่าวจึงทำให้คนจีนได้จัดไหว้บรรพชนและวิญญานไร้ญาติในวัน 15 ค่ำเดือนเจ็ด ควบคู่กับการไหว้เทพเจ้าดินไปด้วย แต่ต่อมาธรรมเนียมการไหว้เทพเจ้าดินนี้ได้เลือนไปกลายเป็นการไหว้เทพเจ้าในบ้านแทน

การไหว้บรรพชนและวิญญาณไม่มีญาติในวันสารทจีนได้ส่งอิทธิพลให้พิธีกรรมนี้เป็นการไหว้อุทิศกุศลให้วิญญาณไร้ญาติตลอดเดือนเจ็ดจีน

โดยเชื่อว่าตลอดเดือนเจ็ดเป็นเดือนที่นรกภูมิเปิดให้วิญญาณทั้งหลายกลับมาบนโลกได้ตลอดเดือนซึ่งการวิวัฒน์นี้อาจมาจากความเชื่อและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ว่าเดือนเจ็ดเป็นเดือนแห่งภูตผีปีศาจก็เป็นได้

สรุปได้ว่าสารทจีนนั้นเป็นสารทแห่งการให้และความกตัญญูกตเวทีโดยมีวัตถุประสงค์ที่อยากให้วิญญาณในนรกภูมิทั้งหลายพ้นทุกข์และมีสุข

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสารทจีน

1.สารทจีนไม่ใช่สารทครึ่งปีของคนจีนและไม่ใช่การไหว้ครบครึ่งปี

2.สารทจีนไม่ใช่สารทแห่งความสุขหรือสารทแห่งการขอโชคลาภ หรือขอเงินขอทอง ตรงกันข้าม

สารทจีนเป็นสารทแห่งการให้ การเสียสละ การช่วยเหลือ ดังนั้นการไหว้เจ้าในเทศกาลนี้จึงพึงอธิษฐานขอพรให้พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ ช่วยฉุดเวไนยสัตว์ให้พ้นจากกองทุกข์ ไหว้บรรพบุรุษเพื่อระลึกถึงพระคุณที่มีต่อลูกหลาน

ไหว้วิญญาณไร้ญาติขาดมิตรเพื่อให้พ้นจากความหิวกระหายและอิ่มหนำในช่วงขณะหนึ่ง

  1. การไหว้ในสารทจีนไม่ต้องตกแต่งของด้วยกระดาษสีแดงเพราะไม่ใช่สารทแห่งความสุขความรื่นรมย์ แต่เป็นสารทแห่งความสำรวมและสงบ

4.ไม่มีการอวยพรหรือส่งความปรารถนาดีกันในวันสารทจีน ไม่แจกเงินหรือของขวัญแก่กันและกัน ไม่มีการอวยพรผู้อาวุโส

5.สารทจีนไม่มีการไหว้เทพเจ้าโชคลาภและออกท่องเที่ยวหาความสุข

6.ข้อห้ามทั้งหลายในเทศกาลตรุษจีนไม่มีในสารทจีน ดังนั้นไม่ต้องถือธรรมเนียนเหล่านั้นในสารทจีน

และทั้งหมดนี้คือเรื่องควรรู้ในเทศกาลสารทจีน

ขอบคุณcr. ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย

ความเชื่อ
เรื่องบางเรื่องไม่เคยรู้

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

เข้าพรรษา…

เข้าพรรษา
รักษาสิ่งที่มีให้ดีที่สุด..         มีศรัทธาตั้งมั่นไม่หวั่นไหว..
มีชีวิตเป็นที่พึ่งของตนเอง..         มีลมหายใจเพื่อทำสิ่งดีๆ
เวลา..มีไม่พอที่จะลังเลสงสัย ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง ไม่แน่นอน
อย่าใช้อารมณ์ของใจสิ้นเปลืองกับเรื่องคนอื่น เสียเวลาเปล่า

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษา
“ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอพระเถระจงอดโทษซึ่งความผิดทั้งปวงที่พวกข้าพเจ้าได้กระทำล่วงเกินด้วยความประมาทในพระเถระ “

วันเสาร์ที่24 กรกฎาคม 2564

วันเสาร์ที่24 กรกฎาคม 2564

บุญวันอาสาฬหะบูชา

ข้าแต่พระรัตนตรัย
ด้วยการประพฤติปฏิบัติทั้งภายใน
และภายนอกขอบูชาแด่พระโพธิญาณ
พระพุทธัง พระธัมมัง พระสังฆัง
ขอให้แม่พระธรณีจงเสด็จมาเป็นทิพย์
ญาณให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิดนะพระเจ้าข้า
นิพพานะปัจจัตโยโหตุ

สมาทานศีล๕

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3จบ

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ    พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ    ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ    สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ   พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ   ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ   สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ปาณา ติปาตา เวระมณี สิกขา ปะทังสะมาธิยามิ

อทินนา ทาณา เวระมณี สิกขา ปะทังสะมาธิยามิ

กาเม สุมิฉา จารา เวระมณี สิกขา ปะทังสะมาธิยามิ

มุสา วาทา เวระมณี สิกขา ปะทังสะมาธิยามิ

สุราเมระยะ มัชชะปะมา ทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สมาธิยามิ

อิมานิ ปัญจสิกขา ปทานิ สมาธิยามิ3ครั้ง

อิมานิ มะยัง ภันเต ปังสุกูละจีวะรานิสะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ
โอโณชะยามะสาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ
อิมานิ ปังสุกูละจีวะรานิ สะปะริวารานิปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ นิพพานายะ จะ ฯ

  ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย
ผ้าบังสุกุลจีวร
พร้อมด้วยบริวารทั้งหลายเหล่านี้
แด่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับ
ผ้าบังสุกุลจีวร พร้อมด้วยบริวาร
ทั้งหลายเหล่านี้ของข้าพเจ้าทั้งหลาย
เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข เพื่อมรรคผลนิพพาน แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาล

ข้าพเจ้าเป็นสะพานบุญรวบรวมปัจจัย
ที่เจ้าภาพร่วมบุญมาทุกบาททุกสตางค์
เป็นตัวแทนนำถวาย

ถวายผ้าไตรเพื่อครองนุ่งห่มในพรรษา
ตลอดสามเดือน แก่พระสงฆ์สามเณร
ตามวัดต่างๆจำนวน602ไตร เป็นเงิน 1,505,000บาท

ถวายเทียนพรรษา4เล่ม ถวายค่าน้ำค่าไฟอุทยานธรรมดงยาง
จำนวน 60,000บาท

ถวายสร้างวัด จ.สุรินทร์ จำนวน70,000บาท

ถวายสร้างเจดีย์วัดดงก้าวกัลยาราม
จำนวน600,000บาท

คุณไตรสรณคม คุณอรกัญญา สะภา
ถวายสร้างโรงพยาบาลศิลาลาด
จ.ศรีสะเกษ จำนวน500,000บาท

 ถวายมหาสังฆทานภัตตาหารแก่พระสงฆ์หมู่ใหญ่ ณ อุทยานธรรมดงยาง
 ตำบลคลีกลิ้ง อำเภอศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ 

: ถวายภัตตาหารพระสงฆ์
 ณ วัดดงก้าวกัลยาราม ตำบลคลีกลิ้ง อำเภอศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ

:ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์
สามเณรวัดป่าดงบก อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ

: ถวายมหาสังฆทานภัตตาหารแก่พระสงฆ์หมู่ใหญ่ ณ วัดสวนป่ากตัญญุตาราม
อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด

มอบอาหารแก่ผู้กักตัว 25 ครอบครัว
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

น้อมถวายทานศีลภาวนาเป็นพุทธบูชา
แด่คุณพระศรีรัตนตรัย  
ขออุทิศถวายแก่บิดามารดา ปู่ย่าตายาย
บรรพบุรุษ พี่น้องสายเลือดเดียวกัน
ตลอดทั้งลูกหลานบริวาร เพื่อนสนิทมิตรสหาย จงมีส่วนแห่งบุญทานทาน

ขอบุญนี้จงเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์
สรรพวิญญาน เจ้าป่าเจ้าเขา เจ้าทุ่งเจ้าท่า
เจ้าที่เจ้าทาง รุกขเทวดานางไม้ทั้งหลาย
หมู เป็ด ไก่ ช้าง ม้า วัว ควาย 
กุ้ง หอย ปู ปลา สัตว์น้ำจืด สัตว์น้ำเค็ม
พืชพรรณ ธัญญาหาร 
ตลอดถึงสรรพสัตว์ให้มหาสมุทรทั้งสี่ 
ให้มีส่วนในบุญ

ขอแผ่เมตตานำอุทิศให้เชื้อโรค เชื้อรา เชื้อไวรัสโรคระบาดทั้งหลายจงมีส่วนในบุญอย่าได้มีเวรอย่าได้มีกรรมต่อกัน

ขอแผ่เมตตานำอุทิศให้ยารักษาโรคในคน ยารักษาโรคในสัตว์ทุกชนิด จงมีส่วน
ในบุญ

ขอแผ่เมตตานำอุทิศให้พยัญชนะตัวอักษร ตัวเลข ทุกภาษาในโลกนี้

ขอแผ่เมตตานำอุทิศให้ธนบัติเงินตราทุกสกุลในโลกนี้จงมีส่วนในมหากุศลมหาสังฆทานเป็นอัศจรรย์

ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยจงส่งผลให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นที่รักของ
มนุษย์และเทวดา
มีความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม

เพื่อประโยชน์เพื่อความสุขเพื่อความพ้นทุกข์แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายตลอดกาลและนานเทอญ

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 คือวันอาสาฬหปุรณมีดิถี

วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 คือวันอาสาฬหปุรณมีดิถี 
หรือวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ
ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี 
เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา
 ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแก่ปัญจวัคคีย์
การแสดงธรรมครั้งนั้นทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะ 1 
ในปัญจวัคคีย์โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ 

เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้า จนได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน 
ท่านจึงขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า 
ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา 
พระอัญญาโกณฑัญญะ
จึงกลายเป็นพระสาวกและภิกษุองค์แรกในโลก 

และทำให้ในวันนั้นมีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วันนี้ถูกเรียกว่า 

“วันพระธรรม” หรือ วันพระธรรมจักร อันได้แก่วันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระพุทธเจ้าได้หมุนไปเป็นครั้งแรก คือวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก 

วันอาสาฬหะบูชา”วันพระรัตนตรัย”

ข้าพเจ้ามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดชีวิต

ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ