วันพฤหัสบดีที่30มษายน 2569

วันพฤหัสบดีที่30มษายน 2569
———————
ร่วมเป็นผู้แทนเจ้าภาพถวายภัตตาหาร
โครงการอบรมพระธรรมทูตรุ่นที่32
ณ.ศูนย์พัฒนาพระพุทธศาสนาแคมป์สน
อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ถวายภัตตาหาร
แก่พระนิสิตปริญญาโทเข้าปริวาสปีที่12
โครงการเรียนรู้สาธยายพระไตรปิฎก
เจริญวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐานสี่สัญจร
ณ.วัดดอนตะโหนด ต.โพทะเล
อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________

แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

29 เมษายน วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

29 เมษายน วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร
.
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
.
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะสาธยายพระไตปิฎกบ้านเพชรบำเพ็ญ

๗. อนัตตลักขณสูตร

๗. อนัตตลักขณสูตร
ว่าด้วยลักษณะแห่งอนัตตา
{๑๒๗}สมัยหนึ่ง    พระผู้มีพระภาคประทับอยู่    ณ    ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน  เขตกรุงพาราณสี    ณ    ที่นั้น    พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งเรียกพระปัญจวัคคีย์มาตรัสว่า  ภิกษุทั้งหลาย  ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว  พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเรื่องนี้ว่า
“ภิกษุทั้งหลาย    รูปเป็นอนัตตา    ถ้ารูปนี้จักเป็นอัตตาแล้วไซร้    รูปนี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ    และบุคคลพึงได้ในรูปว่า    ‘รูปของเราจงเป็นอย่างนี้    รูปของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้น’    ก็เพราะรูปเป็นอนัตตา    ฉะนั้น    รูปจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ    และบุคคลย่อมไม่ได้ในรูปว่า         ‘รูปของเราจงเป็นอย่างนี้    รูปของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้น’
เวทนาเป็นอนัตตา    ถ้าเวทนานี้จักเป็นอัตตาแล้วไซร้    เวทนานี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ    และบุคคลพึงได้ในเวทนาว่า    ‘เวทนาของเราจงเป็นอย่างนี้    เวทนาของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้น’    ก็เพราะเวทนาเป็นอนัตตา    ฉะนั้น    เวทนาจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ    และบุคคลย่อมไม่ได้ในเวทนาว่า    ‘เวทนาของเราจงเป็นอย่างนี้    เวทนาของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้น’
สัญญาเป็นอนัตตา    ถ้าสัญญานี้จักเป็นอัตตาแล้วไซร้    สัญญานี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ    และบุคคลพึงได้ในสัญญาว่า  ‘สัญญาของเราจงเป็นอย่างนี้    สัญญาของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้น’    ก็เพราะสัญญาเป็นอนัตตา    ฉะนั้น    สัญญาจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ    และบุคคลย่อมไม่ได้ในสัญญาว่า    ‘สัญญาของเราจงเป็นอย่างนี้    สัญญาของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้น’
สังขารเป็นอนัตตา    ถ้าสังขารนี้จักเป็นอัตตาแล้วไซร้    สังขารนี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ    และบุคคลพึงได้ในสังขารว่า    ‘สังขารของเราจงเป็นอย่างนี้    สังขารของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้น’    ก็เพราะสังขารเป็นอนัตตา    ฉะนั้น    สังขารจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ  และบุคคลย่อมไม่ได้ในสังขารว่า    ‘สังขารของเราจงเป็นอย่างนี้    สังขารของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้น’
วิญญาณเป็นอนัตตา    ถ้าวิญญาณนี้จักเป็นอัตตาแล้วไซร้    วิญญาณนี้ไม่พึงเป็นไปเพื่อ
อาพาธ    และบุคคลพึงได้ในวิญญาณว่า    ‘วิญญาณของเราจงเป็นอย่างนี้วิญญาณของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้น’    ก็เพราะวิญญาณเป็นอนัตตา    ฉะนั้นวิญญาณจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ    และบุคคลย่อมไม่ได้ในวิญญาณว่า    ‘วิญญาณของเราจงเป็นอย่างนี้    วิญญาณของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้น’
ภิกษุทั้งหลาย    เธอทั้งหลายจะเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร    รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง”
“ไม่เที่ยง    พระพุทธเจ้าข้า”
“ก็สิ่งใดไม่เที่ยง    สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข”
“เป็นทุกข์    พระพุทธเจ้าข้า”
“ก็สิ่งใดไม่เที่ยง    เป็นทุกข์    มีความแปรผันเป็นธรรมดา    ควรหรือที่จะพิจารณาเห็นสิ่งนั้นว่า    ‘นั่นของเรา    เราเป็นนั่น    นั่นเป็นอัตตาของเรา”
“ข้อนั้นไม่ควรเลย    พระพุทธเจ้าข้า”
 
           “เวทนา  เที่ยงหรือไม่เที่ยง”
           “ไม่เที่ยง    พระพุทธเจ้าข้า”
           “ก็สิ่งใดไม่เที่ยง    สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข”
           “เป็นทุกข์    พระพุทธเจ้าข้า”
           “ก็สิ่งใดไม่เที่ยง    เป็นทุกข์    มีความแปรผันเป็นธรรมดา    ควรหรือที่จะพิจารณาเห็นสิ่งนั้นว่า    ‘นั่นของเรา    เราเป็นนั่น    นั่นเป็นอัตตาของเรา”
           “ข้อนั้นไม่ควรเลย    พระพุทธเจ้าข้า”
 
สัญญา    เที่ยงหรือไม่เที่ยง”
“ไม่เที่ยง    พระพุทธเจ้าข้า”
“ก็สิ่งใดไม่เที่ยง    สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข”
“เป็นทุกข์    พระพุทธเจ้าข้า”
“ก็สิ่งใดไม่เที่ยง    เป็นทุกข์    มีความแปรผันเป็นธรรมดา    ควรหรือที่จะพิจารณาเห็นสิ่งนั้นว่า    ‘นั่นของเรา    เราเป็นนั่น    นั่นเป็นอัตตาของเรา”
           “ข้อนั้นไม่ควรเลย    พระพุทธเจ้าข้า”
 
สังขาร   เที่ยงหรือไม่เที่ยง”
“ไม่เที่ยง    พระพุทธเจ้าข้า”
“ก็สิ่งใดไม่เที่ยง    สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข”
“เป็นทุกข์    พระพุทธเจ้าข้า”
“ก็สิ่งใดไม่เที่ยง    เป็นทุกข์    มีความแปรผันเป็นธรรมดา    ควรหรือที่จะพิจารณาเห็นสิ่งนั้นว่า    ‘นั่นของเรา    เราเป็นนั่น    นั่นเป็นอัตตาของเรา”
           “ข้อนั้นไม่ควรเลย    พระพุทธเจ้าข้า”
 
วิญญาณเที่ยงหรือไม่เที่ยง”
“ไม่เที่ยง    พระพุทธเจ้าข้า
“ก็สิ่งใดไม่เที่ยง    สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข”
“เป็นทุกข์    พระพุทธเจ้าข้า”
  “ก็สิ่งใดไม่เที่ยง    เป็นทุกข์    มีความแปรผันเป็นธรรมดา    ควรหรือที่จะพิจารณาเห็นสิ่งนั้นว่า    ‘นั่นของเรา    เราเป็นนั่น    นั่นเป็นอัตตาของเรา”
           “ข้อนั้นไม่ควรเลย    พระพุทธเจ้าข้า”
  “ภิกษุทั้งหลาย    เพราะเหตุนั้น    รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง    ทั้งที่เป็นอดีต    อนาคตและปัจจุบัน    ภายในหรือภายนอก    หยาบหรือละเอียด    เลวหรือประณีต    ไกลหรือใกล้ก็ตาม    รูปทั้งหมดนั้น  เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า    ‘นั่นไม่ใช่ของเรา    เราไม่เป็นนั่น    นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’
           เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง    ทั้งที่เป็นอดีต    อนาคตและปัจจุบัน   ภายในหรือภายนอก    หยาบหรือละเอียด   เลวหรือประณีต  ไกลหรือใกล้ก็ตาม   เวทนาทั้งหมดนั้น  เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า    ‘นั่นไม่ใช่ของเรา    เราไม่เป็นนั่น                นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’
           สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง    ทั้งที่เป็นอดีต    อนาคตและปัจจุบัน    ภายในหรือภายนอก    หยาบหรือละเอียด    เลวหรือประณีต    ไกลหรือใกล้ก็ตาม    สัญญาทั้งหมดนั้น  เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า    ‘นั่นไม่ใช่ของเรา    เราไม่เป็นนั่น             นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’
           สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง    ทั้งที่เป็นอดีต    อนาคต    และปัจจุบัน   ภายในหรือภายนอก    หยาบหรือละเอียด    เลวหรือประณีต     ไกลหรือใกล้ก็ตาม    สังขารทั้งหมดนั้น  เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความจริงอย่างนี้ว่า    ‘นั่นไม่ใช่ของเรา    เราไม่เป็นนั่น                 นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’
           วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง    ทั้งที่เป็นอดีต    อนาคต    และปัจจุบัน    ภายในหรือภายนอก    หยาบหรือละเอียด    เลวหรือประณีต    ไกลหรือใกล้ก็ตาม    วิญญาณทั้งหมดนั้น  เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า‘นั่นไม่ใช่ของเรา    เราไม่เป็นนั่น            นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’
ภิกษุทั้งหลาย    อริยสาวกผู้ได้สดับเห็นอยู่อย่างนี้    ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูป  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในเวทนา    ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสัญญา    ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสังขาร  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในวิญญาณ    เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด    เพราะคลายกำหนัดจิตย่อมหลุดพ้น    เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว    ก็รู้ว่า    ‘หลุดพ้นแล้ว’    รู้ชัดว่า    ‘ชาติสิ้นแล้ว  อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว    ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว    ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป”
           พระผู้มีพระภาคได้ตรัสอนัตตลักขณสูตรนี้จบแล้ว    พระปัญจวัคคีย์มีใจยินดีต่างชื่นชมพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค   เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสเวยยากรณภาษิตนี้อยู่   พระปัญจวัคคีย์ก็มีจิตหลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น
 
พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาฯ (ภาษาไทย ๑) เล่มที่ ๑๗  หน้า ๙๔
————————
แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันพุธที่29มษายน 2569

วันพุธที่29มษายน 2569
———————
เดินทางไปเพชรบูรณ์
เตรียมสถานที่ตั้งโรงครัวโครงการจาริก
ธุดงค์เฉลิมพระเกียรติวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วถึงวัดไตรสิกขา
วันที่3-30พฤษภาคม 2569

ถวายน้ำดื่ม1คันรถ4,800ขวด
โครงการอบรมพระธรรมทูตรุ่นที่32
ณ.ศูนย์พัฒนาพระพุทธศาสนาแคมป์สน
อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ถวายภัตตาหาร
แก่พระนิสิตปริญญาโทเข้าปริวาสปีที่12
โครงการเรียนรู้สาธยายพระไตรปิฎก
เจริญวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐานสี่สัญจร
ณ.วัดดอนตะโหนด ต.โพทะเล
อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________

แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

๙. เสทกสูตร

๙. เสทกสูตร
ว่าด้วยธรรมเทศนาที่เสทกนิคม
       [๓๘๕] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิคมของชาวสุมภะชื่อเสทกะ    แคว้นสุมภะ ณ ที่นั้นแล   พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว คนจัณฑาลผู้เป็นนักไต่ราว ยกไม้ไผ่ขึ้นตั้งไว้แล้วเรียกศิษย์ชื่อ  เมทกถาลิกะมาบอกว่า ‘เมทกถาลิกะผู้สหาย เธอจงขึ้นราวไม้ไผ่แล้วยืนบนคอของเราเถิด’
       ภิกษุทั้งหลาย เมทกถาลิกะผู้เป็นศิษย์รับคำของคนจัณฑาลผู้เป็นนักไต่ราวแล้ว ได้ขึ้นราวไม้ไผ่ ยืนอยู่บนคอของอาจารย์ คนจัณฑาลผู้เป็นนักไต่ราวได้กล่าวว่า‘เมทกถาลิกะผู้สหาย เธอจงรักษาเรา เราก็จักรักษาเธอ เราทั้งสองต่างคุ้มครองรักษากันและกันอย่างนี้     จักแสดงศิลปะ จักได้ลาภ และจักลงจากราวไม้ไผ่โดยความสวัสดี’
       ภิกษุทั้งหลาย เมื่ออาจารย์กล่าวอย่างนี้แล้ว เมทกถาลิกะผู้เป็นศิษย์ได้กล่าวว่า      ‘ท่านอาจารย์ ก็เรื่องนี้ จักเป็นอย่างนั้นหามิได้ ท่านจงรักษาตน ผมก็จักรักษาตนเราทั้งสองต่างคุ้มครองรักษาตนอย่างนี้ จักแสดงศิลปะ จักได้ลาภ และจักลงจากราวไม้ไผ่โดยความสวัสดี”
       พระผู้มีพระภาคได้ตรัสสนับสนุนว่า “อุบายในเรื่องนั้นมีอยู่” เหมือนศิษย์ชื่อเมทกถาลิกะได้พูดกับอาจารย์ คือ พระองค์ได้ตรัสว่า
       “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงปฏิบัติสติปัฏฐานด้วยคิดว่า ‘จักรักษาตน’ พึงปฏิบัติสติปัฏฐานด้วยคิดว่า ‘จักรักษาผู้อื่น’ บุคคลเมื่อรักษาตน ชื่อว่ารักษาผู้อื่น เมื่อรักษาผู้อื่น     ก็ชื่อว่ารักษาตน
       บุคคลเมื่อรักษาตน ชื่อว่ารักษาผู้อื่น เป็นอย่างไร
       คือ บุคคลเมื่อรักษาตนด้วยการปฏิบัติ ด้วยการเจริญ ด้วยการทำให้มากชื่อว่ารักษาผู้อื่น
       บุคคลเมื่อรักษาตน ชื่อว่ารักษาผู้อื่น เป็นอย่างนี้แล
       บุคคลเมื่อรักษาผู้อื่น ชื่อว่ารักษาตน เป็นอย่างไร
       คือ บุคคลเมื่อรักษาผู้อื่นด้วยความอดทน ด้วยความไม่เบียดเบียน ด้วยจิตเมตตา      ด้วยความเอ็นดู ชื่อว่ารักษาตน
       บุคคลเมื่อรักษาผู้อื่น ชื่อว่ารักษาตน เป็นอย่างนี้แล
       เธอทั้งหลายพึงปฏิบัติสติปัฏฐานด้วยคิดว่า ‘จักรักษาตน’ พึงปฏิบัติสติปัฏฐานด้วยคิดว่า ‘จักรักษาผู้อื่น’
       ภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อรักษาตน ชื่อว่ารักษาผู้อื่น เมื่อรักษาผู้อื่น ก็ชื่อว่ารักษาตน”
 
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๒๔๒
…………………………………
แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันที่27-28มษายน 2569

วันที่27-28มษายน 2569
———————
บรรยายธรรมถวายเป็นพุทธบูชา
ณ.ตึกเจเอเอส รามอินทรา กรุงเทพมหานคร

ถวายน้ำดื่ม1คันรถ4,800ขวด
ณ.วัดพิชยญาติการามวรวิหาร
เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ถวายภัตตาหาร
แก่พระนิสิตปริญญาโทเข้าปริวาสปีที่12
โครงการเรียนรู้สาธยายพระไตรปิฎก
เจริญวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐานสี่สัญจร
ณ.วัดดอนตะโหนด ต.โพทะเล
อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________

แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันที่25-26เมษายน 2569

วันที่25-26เมษายน 2569
———————
สาธยายพระไตรปิฎกถวายเป็นพุทธบูชา
ณ.พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ วัดทางสาย ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ถวายภัตตาหาร
แก่พระนิสิตปริญญาโทเข้าปริวาสปีที่12
โครงการเรียนรู้สาธยายพระไตรปิฎก
เจริญวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐานสี่สัญจร
ณ.วัดดอนตะโหนด ต.โพทะเล
อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________

แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

ธรรมทั้งหลายย่อมปรากฏแก่ผู้ปฏิบัติ

#ธรรมทั้งหลายย่อมปรากฏแก่ผู้ปฏิบัติ
วันนี้..วันพระขึ้น8ค่ำเดือน6
————————————-

ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคตรัสรู้ใหม่ๆ ประทับอยู่ที่โคนไม้โพธิ์ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่ตำบลอุรุเวลา ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคประทับนั่งเสวยวิมุติสุขด้วยบัลลังก์อันเดียว ตลอด ๗ วัน พอล่วงสัปดาห์นั้นไป พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากสมาธินั้นแล้ว ทรงมนสิการปฏิจจสมุปบาทอันเป็นปฏิโลมด้วยดี ตลอดมัชฌิมยามแห่งราตรีดังนี้ว่า

เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้ก็ดับ คือ เพราะอวิชชาดับสังขารจึงดับ เพราะสังขารดับวิญญาณจึงดับ เพราะวิญญาณดับนามรูปจึงดับ เพราะนามรูปดับสฬายตนะจึงดับ เพราะสฬายตนะดับผัสสะจึงดับ เพราะผัสสะดับเวทนาจึงดับ เพราะเวทนาดับตัณหาจึงดับ เพราะตัณหาดับอุปาทานจึงดับ เพราะอุปาทานดับภพจึงดับ เพราะภพดับชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสจึงดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ฯ

ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว จึงทรงเปล่งอุทานในเวลานั้นว่า ในกาลใดแลธรรมทั้งหลายมาปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีเพียรเพ่งอยู่ ในกาลนั้น ความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์นั้น ย่อมสิ้นไปเพราะได้รู้แจ้ง ความสิ้นไปแห่งปัจจัยทั้งหลาย ฯ

-พระไตรปิฏก (บาลี) อุ. ขุ. ๒๕/๗๔/๓๙.
………………
แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันศุกร์ที่24เมษายน 2569

วันศุกร์ที่24เมษายน 2569
———————
ถวายน้ำดื่ม2คันรถ9,600ขวด
แก่พระสงฆ์สามเณรสำนักเรียนพระปริยัติธรรม
วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร
แขวงวัดอรุณ กรุงเทพมหานคร

ถวายน้ำดื่ม1คันรถ4,800ขวด
แก่คณะสงฆ์วัดพิชยญาติการามวรวิหาร
เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ถวายภัตตาหาร
แก่พระนิสิตปริญญาโทเข้าปริวาสปีที่12
โครงการเรียนรู้สาธยายพระไตรปิฎก
เจริญวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐานสี่สัญจร
ณ.วัดดอนตะโหนด ต.โพทะเล
อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________

แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันที่16-21เมษายน 2569

วันที่16-21เมษายน 2569
———————
บรรยายธรรมสหรัฐอเมริกา
วันที่9-21เมษายน 2569
วันที่22เดินทางกลับประเทศไทย

ถวายอาหารสดหมู กุ้ง ปลาจำนวน210กิโล ณ.ศูนย์ปฏิบัติธรรม ธรรมโมลี ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ถวายน้ำดื่ม1คันรถ4,800ขวด
แก่พระสงฆ์โครงการอบรมพระธรรมฑูต
รุ่นที่32ณ.ศูนย์พัฒนาพระพุทธศาสนแคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ถวายน้ำดื่ม1คันรถ4,800ขวด
สำนักปฏิบัติธรรมวิโรจนารามงุยเตาอูกัมฐาน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ถวายน้ำดื่ม1คันรถ4,800ขวดแก่พระสงฆ์สามเณรวัดพิชยญาติการามวรวิหาร
เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ถวายน้ำดื่ม2คัน9,600ขวด
ถวายภัตตาหาร
แก่พระนิสิตปริญญาโทเข้าปริวาสปีที่12
โครงการเรียนรู้สาธยายพระไตรปิฎก
เจริญวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐานสี่สัญจร
ณ.วัดดอนตะโหนด ต.โพทะเล
อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

ถวายน้ำดื่ม1คันรถ6,000ขวด
ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________

แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันพุธที่9-15เมษายน 2569

วันพุธที่9-15เมษายน 2569
———————
เดินทางไปสหรัฐอเมริกา สนทนาธรรม
คุณ Andrew Cherng (แอนดรูว์ เชง)
ณ.Panda Restaurant Groups at Rosemead
, California USA
บรรยายธรรมคณะศิษย์ วิลล่าโลซ่า
ฮันติงตันบีชเนื่องในวันสงกรานต์

ถวายน้ำดื่ม1คันรถ4,800ขวด
แก่พระสงฆ์สามเณรวัดพิชยญาติการามวรวิหาร
เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์และญาติโยม
โครงการเรียนรู้สาธยายพระไตรปิฎก
และเจริญวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐานสี่สัญจร
ณ.วัดดอนตะโหนด ต.โพทะเล
อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

ถวายน้ำดื่ม1คันรถ6,000ขวด
ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________

แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันพุธที่8เมษายน 2569

วันพุธที่8เมษายน 2569
———————
ถวายข้าวสาร60กระสอบสำนักเรียนพระปริยัติธรรม
วัดโมลีโลกยารามวรวิหาร
แขวงวัดอรุณ กรุงเทพมหานคร

ถวายน้ำดื่ม1คันรถ4,800ขวดแก่พระ
แก่สำนักเรียนพระปริยัติธรรม
วัดพิกุลทอง ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้างจ.สิงห์บุรี

ถวายน้ำดื่ม1คันรถ4,800ขวดแก่พระสงฆ์
ศูนย์ปฏิบัติธรรม ธรรมโมลี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ถวายน้ำดื่ม1คันรถ4,800ขวด
แก่พระสงฆ์โครงการอบรมพระธรรมฑูตรุ่นที่32
ณ.ศูนย์พัฒนาพระพุทธศาสนแคมป์สน
อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์และญาติโยม
โครงการเรียนรู้สาธยายพระไตรปิฎก
และเจริญวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐานสี่สัญจร
ณ.วัดดอนตะโหนด ต.โพทะเล
อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________

แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ