วันพุธที่28มกราคม 2568

วันพุธที่28มกราคม 2568
———————
สาธยายพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย
บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ.บ้านเพชรบำเพ็ญ ต.ห้วยทรายเหนือ
อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ตั้งโรงทานงานปริวาสกรรมปี2569
วันที่20-30มกราคม
ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์หมู่ใหญ่
ณ.วัดใต้ ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
____________
๘. วิสาขาสูตร
ว่าด้วยนางวิสาขา
       [๗๘] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
       สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทในบุพพารามของนางวิสาขามิคารมาตา เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น หลานสาวผู้เป็นที่รัก ที่ชอบใจ ของนางวิสาขามิคารมาตาเสียชีวิตลง ครั้งนั้น นางวิสาขามิคารมาตามีผ้าเปียก ผมเปียก เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคแต่เที่ยงวัน ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามนางวิสาขามิคารมาตาดังนี้ว่า “วิสาขา เธอมาจากไหน จึงมีผ้าเปียก ผมเปียกเข้ามาที่นี่แต่เที่ยงวัน”
       นางวิสาขาทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หลานสาวผู้เป็นที่รัก ที่ชอบใจของหม่อมฉันเสียชีวิตแล้ว จึงทำให้หม่อมฉันมีผ้าเปียก ผมเปียก  เข้ามาที่นี่แต่เที่ยงวัน  พระพุทธเจ้าข้า”
       พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “วิสาขา เธอต้องการมีบุตรและหลานจำนวนเท่ากับชาวกรุงสาวัตถีหรือ”
       นางวิสาขาทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันต้องการมีบุตรและหลานจำนวนเท่ากับชาวกรุงสาวัตถี พระพุทธเจ้าข้า”
       พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “วิสาขา ชาวกรุงสาวัตถีเสียชีวิตลง แต่ละวันมากเท่าไร”
       นางวิสาขาทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ชาวกรุงสาวัตถีเสียชีวิตลงแต่ละวัน                 ๑๐คนบ้าง ๙ คนบ้าง  ๘ คนบ้าง  ๗ คนบ้าง  ๖ คนบ้าง  ๕ คนบ้าง     ๔ คนบ้าง   ๓ คนบ้าง ๒ คนบ้าง  ๑ คนบ้าง กรุงสาวัตถีจะไม่ว่างเว้นจากคนที่เสียชีวิตเลย พระพุทธเจ้าข้า”
       พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “วิสาขา เธอเข้าใจเรื่องนั้นว่าอย่างไร เธอมิต้องมีผ้าเปียก        ผมเปียกทุกครั้งทุกคราวหรือ”
       นางวิสาขาทูลตอบว่า “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก พระพุทธเจ้าข้า มีลูกและหลานมากขนาดนั้น หม่อมฉันก็พอใจแล้ว พระพุทธเจ้าข้า”
       พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วิสาขา   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๑๐๐ ก็มีทุกข์ ๑๐๐       ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๙๐ ก็มีทุกข์ ๙๐   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๘๐ ก็มีทุกข์ ๘๐   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๗๐ก็มีทุกข์ ๗๐   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๖๐ ก็มีทุกข์ ๖๐     ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๕๐ ก็มีทุกข์ ๕๐       ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๔๐ ก็มีทุกข์ ๔๐           ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๓๐ ก็มีทุกข์ ๓๐   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๒๐ ก็มีทุกข์ ๒๐        ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๑๐              ก็มีทุกข์ ๑๐   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๙ ก็มีทุกข์ ๙   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๘ ก็มีทุกข์ ๘      ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๗ ก็มีทุกข์ ๗     ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๖ ก็มีทุกข์ ๖   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๕ ก็มีทุกข์ ๕      ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก๔ ก็มีทุกข์๔   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก๓ ก็มีทุกข์๓ ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก๒ ก็มีทุกข์๒  ผู้มีสิ่งเป็นที่รักเพียง ๑  ก็มีทุกข์เพียง ๑ ผู้ไม่มีสิ่งเป็นที่รัก ก็ไม่มีทุกข์ ซึ่งเราเรียกว่า ผู้หมดความโศก    ปราศจากกิเลสดุจธุลีไม่มีความคับแค้นใจ”
       ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า

พุทธอุทาน
                ความโศก ความคร่ำครวญ และความทุกข์หลากหลายมีในโลกนี้
               ย่อมเกิดมีได้เพราะอาศัยสิ่งเป็นที่รัก
               เมื่อไม่มีสิ่งเป็นที่รัก ความเศร้าโศกเป็นต้นเหล่านี้ก็ไม่มี
               เพราะฉะนั้น คนที่ไม่มีสิ่งเป็นที่รักในโลกไหนๆ
               จึงชื่อว่ามีความสุข ปราศจากความเศร้าโศก
               ดังนั้น ผู้ปรารถนาความไม่เศร้าโศก ปราศจากกิเลสดุจธุลี
               จึงไม่ควรยึดสิ่งเป็นที่รักในโลกไหนๆ

พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาฯ (ภาษาไทย ๑) เล่มที่ ๒๕  หน้า ๓๓๙
___________
แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ