วันศุกร์ที่30มกราคม 2568

วันศุกร์ที่30มกราคม 2568
———————
สาธยายพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย
บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ.บ้านเพชรบำเพ็ญ ต.ห้วยทรายเหนือ
อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ตั้งโรงทานงานปริวาสกรรมปี2569
วันที่20-30มกราคม
ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์หมู่ใหญ่
ณ.วัดใต้ ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
____________

ตถาคตอธิบาย สังขาร ๓ อันเป็นเหตุให้เกิดสุขทุกข์ ในปฏิจจสมุปปบาท

เมื่อกายมีอยู่ สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายใน จึงเกิดขึ้น เพราะความจงใจทางกายเป็นเหตุ หรือว่าเมื่อวาจามีอยู่ สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายใน จึงเกิดขึ้น เพราะความจงใจทางวาจาเป็นเหตุ
หรือว่าเมื่อใจมีอยู่ สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายใน จึงเกิดขึ้นเพราะความจงใจทางใจเป็นเหตุ และเพราะอวิชชาเป็นปัจจัยด้วย
บุคคลปรุงแต่งกายสังขาร ซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นด้วยตนเองบ้าง
บุคคลปรุงแต่งกายสังขาร ซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นเพราะคนอื่นบ้าง
บุคคลรู้สึกตัวอยู่ ปรุงแต่งกายสังขาร ซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นบ้าง
บุคคลไม่รู้สึกตัวอยู่ ปรุงแต่งกายสังขารซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นบ้าง
บุคคลปรุงแต่งวจีสังขาร ซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นด้วยตนเองบ้าง
บุคคลปรุงแต่งวจีสังขาร ซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นเพราะคนอื่นบ้าง
บุคคลรู้สึกตัวอยู่ ปรุงแต่งวจีสังขาร ซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นบ้าง
บุคคลไม่รู้สึกตัวอยู่ ปรุงแต่งวจีสังขาร ซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นบ้าง
บุคคลปรุงแต่งมโนสังขาร ซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นด้วยตนเองบ้าง
บุคคลปรุงแต่งมโนสังขาร ซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นเพราะคนอื่นบ้าง
บุคคลรู้สึกตัวอยู่ ปรุงแต่งมโนสังขาร ซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นบ้าง
บุคคลไม่รู้สึกตัวอยู่ ปรุงแต่งมโนสังขาร ซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นบ้าง
อานนท์ อวิชชาแทรกอยู่แล้วในธรรมเหล่านี้ เพราะอวิชชานั้นแหละดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ กายซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นนั้น จึงไม่มี
วาจาซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นนั้น จึงไม่มี
มโนซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นนั้น จึงไม่มี
เขตไม่มี ฯลฯ วัตถุไม่มีฯลฯ อายตนะไม่มี ฯลฯ หรืออธิกรณ์ซึ่งเป็นปัจจัยให้สุขและทุกข์ที่เป็นไปในภายในเกิดขึ้นนั้น ไม่มี”
ภูมิชสูตรที่ ๕ จบ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] หน้า ๔๘
______
แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันพฤหัสบดีที่29มกราคม 2568

วันพฤหัสบดีที่29มกราคม 2568
———————
สาธยายพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย
บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ.บ้านเพชรบำเพ็ญ ต.ห้วยทรายเหนือ
อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

นางทัศนีย์ จรัสกุลางกูล
น้อมถวายสังฆทานบังสกุล
สาธยายสติปัฏฐานสี่หมวดป่าช้า9
อุทิศแก่นายฉัตรชัย นิลคงศักดิ์
และผู้ล่วงลับ ศาลาสมปรารถนา
บ้านเพชรบำเพ็ญ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ตั้งโรงทานงานปริวาสกรรมปี2569
วันที่20-30มกราคม
ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์หมู่ใหญ่
ณ.วัดใต้ ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
____________

แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันพุธที่28มกราคม 2568

วันพุธที่28มกราคม 2568
———————
สาธยายพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย
บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ.บ้านเพชรบำเพ็ญ ต.ห้วยทรายเหนือ
อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ตั้งโรงทานงานปริวาสกรรมปี2569
วันที่20-30มกราคม
ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์หมู่ใหญ่
ณ.วัดใต้ ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
____________
๘. วิสาขาสูตร
ว่าด้วยนางวิสาขา
       [๗๘] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
       สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทในบุพพารามของนางวิสาขามิคารมาตา เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น หลานสาวผู้เป็นที่รัก ที่ชอบใจ ของนางวิสาขามิคารมาตาเสียชีวิตลง ครั้งนั้น นางวิสาขามิคารมาตามีผ้าเปียก ผมเปียก เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคแต่เที่ยงวัน ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามนางวิสาขามิคารมาตาดังนี้ว่า “วิสาขา เธอมาจากไหน จึงมีผ้าเปียก ผมเปียกเข้ามาที่นี่แต่เที่ยงวัน”
       นางวิสาขาทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หลานสาวผู้เป็นที่รัก ที่ชอบใจของหม่อมฉันเสียชีวิตแล้ว จึงทำให้หม่อมฉันมีผ้าเปียก ผมเปียก  เข้ามาที่นี่แต่เที่ยงวัน  พระพุทธเจ้าข้า”
       พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “วิสาขา เธอต้องการมีบุตรและหลานจำนวนเท่ากับชาวกรุงสาวัตถีหรือ”
       นางวิสาขาทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันต้องการมีบุตรและหลานจำนวนเท่ากับชาวกรุงสาวัตถี พระพุทธเจ้าข้า”
       พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “วิสาขา ชาวกรุงสาวัตถีเสียชีวิตลง แต่ละวันมากเท่าไร”
       นางวิสาขาทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ชาวกรุงสาวัตถีเสียชีวิตลงแต่ละวัน                 ๑๐คนบ้าง ๙ คนบ้าง  ๘ คนบ้าง  ๗ คนบ้าง  ๖ คนบ้าง  ๕ คนบ้าง     ๔ คนบ้าง   ๓ คนบ้าง ๒ คนบ้าง  ๑ คนบ้าง กรุงสาวัตถีจะไม่ว่างเว้นจากคนที่เสียชีวิตเลย พระพุทธเจ้าข้า”
       พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “วิสาขา เธอเข้าใจเรื่องนั้นว่าอย่างไร เธอมิต้องมีผ้าเปียก        ผมเปียกทุกครั้งทุกคราวหรือ”
       นางวิสาขาทูลตอบว่า “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก พระพุทธเจ้าข้า มีลูกและหลานมากขนาดนั้น หม่อมฉันก็พอใจแล้ว พระพุทธเจ้าข้า”
       พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วิสาขา   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๑๐๐ ก็มีทุกข์ ๑๐๐       ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๙๐ ก็มีทุกข์ ๙๐   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๘๐ ก็มีทุกข์ ๘๐   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๗๐ก็มีทุกข์ ๗๐   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๖๐ ก็มีทุกข์ ๖๐     ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๕๐ ก็มีทุกข์ ๕๐       ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๔๐ ก็มีทุกข์ ๔๐           ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๓๐ ก็มีทุกข์ ๓๐   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๒๐ ก็มีทุกข์ ๒๐        ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๑๐              ก็มีทุกข์ ๑๐   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๙ ก็มีทุกข์ ๙   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๘ ก็มีทุกข์ ๘      ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๗ ก็มีทุกข์ ๗     ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๖ ก็มีทุกข์ ๖   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก ๕ ก็มีทุกข์ ๕      ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก๔ ก็มีทุกข์๔   ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก๓ ก็มีทุกข์๓ ผู้มีสิ่งเป็นที่รัก๒ ก็มีทุกข์๒  ผู้มีสิ่งเป็นที่รักเพียง ๑  ก็มีทุกข์เพียง ๑ ผู้ไม่มีสิ่งเป็นที่รัก ก็ไม่มีทุกข์ ซึ่งเราเรียกว่า ผู้หมดความโศก    ปราศจากกิเลสดุจธุลีไม่มีความคับแค้นใจ”
       ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า

พุทธอุทาน
                ความโศก ความคร่ำครวญ และความทุกข์หลากหลายมีในโลกนี้
               ย่อมเกิดมีได้เพราะอาศัยสิ่งเป็นที่รัก
               เมื่อไม่มีสิ่งเป็นที่รัก ความเศร้าโศกเป็นต้นเหล่านี้ก็ไม่มี
               เพราะฉะนั้น คนที่ไม่มีสิ่งเป็นที่รักในโลกไหนๆ
               จึงชื่อว่ามีความสุข ปราศจากความเศร้าโศก
               ดังนั้น ผู้ปรารถนาความไม่เศร้าโศก ปราศจากกิเลสดุจธุลี
               จึงไม่ควรยึดสิ่งเป็นที่รักในโลกไหนๆ

พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาฯ (ภาษาไทย ๑) เล่มที่ ๒๕  หน้า ๓๓๙
___________
แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันอังคารที่27มกราคม 2568

วันอังคารที่27มกราคม 2568
———————
สาธยายพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย
บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ.บ้านเพชรบำเพ็ญ ต.ห้วยทรายเหนือ
อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ตั้งโรงทานงานปริวาสกรรมปี2569
วันที่20-30มกราคม
ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์หมู่ใหญ่
ณ.วัดใต้ ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________
๒. พีชสูตร
ว่าด้วยอุปมาด้วยพืช
           {๑๐๖} เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
           พระผู้มีพระภาคตรัสว่า    “ภิกษุทั้งหลาย    พืช    ๕    ชนิดนี้    คือ
๑.    พืชเกิดจากเหง้า        ๒.    พืชเกิดจากลำต้น  ๓.    พืชเกิดจากตา      ๔.    พืชเกิดจากยอด
๕.    พืชเกิดจากเมล็ด
           ภิกษุทั้งหลาย    ก็พืช    ๕    ชนิดนี้    ไม่แตกหัก    ไม่เสียหาย    ไม่ถูกลมและแดดทำลาย    มีแก่นสาร    ถูกเก็บไว้อย่างดี    แต่ไม่มีดิน    ไม่มีน้ำ    พืช    ๕    ชนิดนี้พึงถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ได้หรือ”
           ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า    “ไม่ได้    พระพุทธเจ้าข้า”
           “ภิกษุทั้งหลาย    ก็พืช    ๕    ชนิดนี้    ไม่แตกหัก     ไม่เสียหาย    ไม่ถูกลมและแดดทำลาย    มีแก่นสาร   ถูกเก็บไว้อย่างดี    และมีดินมีน้ำ    พืช    ๕    ชนิดนี้พึงถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ได้หรือ”
           “ได้    พระพุทธเจ้าข้า”
“ภิกษุทั้งหลาย    เธอทั้งหลายพึงเห็นวิญญาณฐิติ    ๔ (๑-)  เหมือนปฐวีธาตุ    พึงเห็นความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิดเพลินเหมือนอาโปธาตุ    พึงเห็นวิญญาณพร้อมด้วยอาหาร(๒-)  เหมือนพืช    ๕    ชนิด 
วิญญาณที่เข้าถึงรูป    เมื่อตั้งอยู่    ก็พึงมีรูปเป็นอารมณ์    มีรูปเป็นที่ตั้ง    เข้าไปเสพเสวยความเพลิดเพลินตั้งอยู่    ถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ได้
           วิญญาณที่เข้าถึงเวทนา    เมื่อตั้งอยู่    ก็พึงมีเวทนาเป็นอารมณ์  มีเวทนาเป็นที่ตั้ง    เข้าไปเสพเสวยความเพลิดเพลินตั้งอยู่    ถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ได้
           วิญญาณที่เข้าถึงสัญญา    เมื่อตั้งอยู่    ก็พึงมีสัญญาเป็นอารมณ์  มีสัญญาเป็นที่ตั้ง              เข้าไปเสพเสวยความเพลิดเพลินตั้งอยู่    ถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ได้
           วิญญาณที่เข้าถึงสังขาร    เมื่อตั้งอยู่    ก็พึงมีสังขารเป็นอารมณ์    มีสังขารเป็นที่ตั้งเข้าไปเสพเสวยความเพลิดเพลินตั้งอยู่    ถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ได้
           ภิกษุทั้งหลาย    เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ใดพึงกล่าวอย่างนี้ว่า    ‘เราจักบัญญัติการมา    การไปการจุติ    การอุบัติ    หรือความเจริญงอกงามไพบูลย์แห่งวิญญาณ    เว้นจากรูป    เวทนา สัญญา    สังขาร’
           ภิกษุทั้งหลาย    ถ้าความกำหนัดในรูปธาตุ    ภิกษุละได้แล้ว    เพราะละความกำหนัดได้    อารมณ์จึงขาดสูญ    ที่ตั้งแห่งวิญญาณก็ไม่มี
           ถ้าความกำหนัดในเวทนาธาตุ    ภิกษุละได้แล้ว    เพราะละความกำหนัดได้    อารมณ์จึงขาดสูญ    ที่ตั้งแห่งวิญญาณก็ไม่มี
           ถ้าความกำหนัดในสัญญาธาตุ    ภิกษุละได้แล้ว    เพราะละความกำหนัดได้    อารมณ์จึงขาดสูญ    ที่ตั้งแห่งวิญญาณก็ไม่มี
           ถ้าความกำหนัดในสังขารธาตุ   ภิกษุละได้แล้ว    เพราะละความกำหนัดได้    อารมณ์จึงขาดสูญ    ที่ตั้งแห่งวิญญาณก็ไม่มี
           ถ้าความกำหนัดในวิญญาณธาตุ    ภิกษุละได้แล้ว    เพราะละความกำหนัดได้  อารมณ์จึงขาดสูญ    ที่ตั้งแห่งวิญญาณก็ไม่มี    วิญญาณที่ไม่มีที่ตั้งนั้น    ก็ไม่งอกงาม  ไม่ปรุงแต่งปฏิสนธิ    หลุดพ้นไป    เพราะหลุดพ้นจึงตั้งมั่น    เพราะตั้งมั่นจึงสันโดษ  เพราะสันโดษจึงไม่สะดุ้ง         เมื่อไม่สะดุ้งย่อมดับไปเอง    ภิกษุนั้นรู้ชัดว่า    ‘ชาติสิ้นแล้ว  อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว  ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว  ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป”

พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาฯ (ภาษาไทย ๑) เล่มที่ ๑๗  หน้า ๗๖
 เชิงอรรถ
๑  วิญญาณฐิติ  ๔  ได้แก่  ขันธ์  ๔  คือ  รูป  เวทนา  สัญญา  สังขาร  (สํ.ข.อ.  ๒/๕๔/๒๙๙)
๒  วิญญาณพร้อมด้วยอาหาร  หมายถึงกรรมวิญญาณ  ได้แก่  วิญญาณที่สหรคตด้วยตัณหาและทิฏฐิ ที่มีความแปรผันเป็นอารมณ์พร้อมด้วยปัจจัยมีอวิชชาและอโยนิโสมนสิการเป็นต้น  (สํ.ข.อ.  ๒/๕๓/๒๙๙,สํ.ฏีกา  ๒/๗/๒๕๒,  ๕๔/๒๖๖)
 ____________
 แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันนี้ วันพระขึ้น 8 ค่ำเดือน 3 ปีมะเส็ง

วันนี้ วันพระขึ้น 8 ค่ำเดือน 3 ปีมะเส็ง
__________________
การเห็นความไม่เที่ยงช่วยให้เกิดปัญญา
และสามารถอยู่กับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างสงบ

แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันจันทร์ที่26มกราคม 2568

วันจันทร์ที่26มกราคม 2568
———————
สาธยายพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย
บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ.บ้านเพชรบำเพ็ญ ต.ห้วยทรายเหนือ
อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ตั้งโรงทานงานปริวาสกรรมปี2569
วันที่20-30มกราคม
ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์หมู่ใหญ่
ณ.วัดใต้ ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________
. สัมมาสมาธิสูตร
ว่าด้วยสัมมาสมาธิ
    {๑๑๓}ภิกษุทั้งหลาย    ภิกษุประกอบด้วยธรรม    ๕    ประการ    เป็นผู้ไม่อาจบรรลุสัมมาสมาธิอยู่ได้
           ธรรม    ๕    ประการ    อะไรบ้าง    คือ  ภิกษุในธรรมวินัยนี้
                       ๑.    เป็นผู้ไม่อดทนต่อรูป
                       ๒.    เป็นผู้ไม่อดทนต่อเสียง
                       ๓.    เป็นผู้ไม่อดทนต่อกลิ่น
                       ๔.    เป็นผู้ไม่อดทนต่อรส
                       ๕.    เป็นผู้ไม่อดทนต่อโผฏฐัพพะ
           ภิกษุทั้งหลาย  ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕  ประการนี้  เป็นผู้ไม่อาจบรรลุสัมมาสมาธิอยู่ได้

ภิกษุทั้งหลาย    ภิกษุประกอบด้วยธรรม  ๕  ประการ   เป็นผู้อาจบรรลุสัมมาสมาธิอยู่ได้ธรรม    ๕    ประการ    อะไรบ้าง    คือ  ภิกษุในธรรมวินัยนี้
                       ๑.    เป็นผู้อดทนต่อรูป
                       ๒.    เป็นผู้อดทนต่อเสียง
                       ๓.    เป็นผู้อดทนต่อกลิ่น
                       ๔.    เป็นผู้อดทนต่อรส
                       ๕.    เป็นผู้อดทนต่อโผฏฐัพพะ
           ภิกษุทั้งหลาย    ภิกษุประกอบด้วยธรรม    ๕    ประการนี้แล    เป็นผู้อาจบรรลุสัมมาสมาธิอยู่ได้
พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาฯ (ภาษาไทย ๑) เล่มที่ ๒๒  หน้า ๑๙๑

 ๖. สุตธรสูตร
ว่าด้วยภิกษุผู้ทรงสุตะ
       [๙๖] ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เสพอานาปานสติกัมมัฏฐานอยู่    ไม่นานนัก ย่อมบรรลุธรรมที่ไม่กำเริบตลอดกาลได้
       ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ  ภิกษุในธรรมวินัยนี้
       ๑. เป็นผู้มีธุระน้อย มีกิจน้อย เลี้ยงง่าย สันโดษในบริขารแห่งชีวิต
       ๒. เป็นผู้มีอาหารน้อย หมั่นประกอบความไม่เห็นแก่ปากแก่ท้อง
       ๓. เป็นผู้มีการหลับน้อย หมั่นประกอบความเพียรเครื่องตื่นอยู่
       ๔. เป็นพหูสูต ทรงสุตะ สั่งสมสุตะ เป็นผู้ได้ฟังมากซึ่งธรรมทั้งหลาย  ที่มีความงามในเบื้องต้น มีความงามในท่ามกลาง มีความงามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์ครบถ้วน แล้วทรงจำไว้ได้ คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ
       ๕. พิจารณาจิตตามที่หลุดพ้นแล้ว
       ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เสพอานาปานสติกัมมัฏฐานอยู่     ไม่นานนัก ย่อมบรรลุธรรมที่ไม่กำเริบตลอดกาลได้

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ]  หน้า ๑๖๖
___________________
แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันอาทิตย์ที่25มกราคม 2568

วันอาทิตย์ที่25มกราคม 2568
———————
สาธยายพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย
บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ.บ้านเพชรบำเพ็ญ ต.ห้วยทรายเหนือ
อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ตั้งโรงทานงานปริวาสกรรมปี2569
วันที่20-30มกราคม
ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์หมู่ใหญ่
ณ.วัดใต้ ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________
ไม่มีอะไรเป็นของเรา และ ไม่มีเราในสิ่งเหล่านั้น
แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันที่ 19 20 21 22 23 24มกราคม 2568

วันที่ 19 20 21 22 23 24มกราคม 2568
———————
สาธยายพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย
บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ.บ้านเพชรบำเพ็ญ ต.ห้วยทรายเหนือ
อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ตั้งโรงทานงานปริวาสกรรมปี2569
วันที่20-30มกราคม
ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์หมู่ใหญ่
ณ.วัดใต้ ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

ถวายกุ้ง เนื้อหมู ปลาจำนวน200กิโลกรัม
เข้าโรงครัวศูนย์ปฏิบัติธรรม ธรรมโมลี
ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

งานเทศน์มหาชาติ 24-25 มกราคม 69
ถวายผลไม้จำนวน 2,000กิโลกรัม
ถวายน้ำดื่ม6,000ขวดแก่วัดพิชยญาติการามวรวิหาร
เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ถวายน้ำดื่ม6,000ขวด
ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________
๓. ธัมมกถิกสูตรที่ ๑
ว่าด้วยเหตุที่เรียกว่าพระธรรมกถึก
[๓๐๒] พระนครสาวัตถี. ภิกษุรูปนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถาม
พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า พระธรรมกถึก พระธรรมกถึก ดังนี้ ภิกษุ
ชื่อว่า เป็นธรรมกถึก ด้วยเหตุเพียงเท่าไร ชื่อว่า เป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมด้วยเหตุเพียง
เท่าไร? พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรภิกษุ หากว่า ภิกษุแสดงธรรมเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อ
ความคลายกำหนัด เพื่อความดับรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณไซร้ ควรจะเรียกว่า
ภิกษุธรรมกถึก. หากว่า ภิกษุเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความ
ดับรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณไซร้ ควรจะเรียกว่า ภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม.
หากว่า ภิกษุเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว เพราะเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ เพราะไม่ถือมั่นรูป
เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณไซร้ ควรจะเรียกว่า ภิกษุผู้ได้บรรลุนิพพานในปัจจุบัน.
————-
แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

นิทานเรื่องพญาไก่ขันธ์เรียกพระอาทิตย์

นิทานเรื่องพญาไก่ขันธ์เรียกพระอาทิตย์

กาลครั้งหนึ่งมีพญาไก่ที่ต้องตื่นมาทำหน้าที่ขันทุกเช้าด้วยเชื่อว่าหากตัวไม่ขัน พระอาทิตย์จะไม่ขึ้น

จนอยู่มาวันหนึ่ง พญาไก่ได้ชรามาแล้ว ก็มานึกสำคัญตัวว่าหากสิ้นเราไป โลกจะต้องลำบาก เพราะพระอาทิตย์จะไม่ขึ้นเพราะตัวไม่อยู่ขันแล้ว

พญาไก่จึงเรียกลูกๆมาบอกว่าพรุ่งนี้โลกจะเดือดร้อนเจ้าจะต้องตายกันหมดเพราะพ่อจะสิ้นลมแล้ว จะไม่มีใครขันเรียกพระอาทิตย์อิกแล้ว แล้วพญาไก่ก็สิ้นใจ

เช้าวันต่อมา ลูกๆก็โศกเศร้ารอเวลาสิ่นใจเพราะไม่มีพ่อพญาไก่ขันเรียกพระอาทิตย์อิกแล้ว แต่หาเป็นเช่นนั่นไม่ พระอาทิตย์ก็ยังคงขึ้น ตามเวลาเดิม

ทุกชีวิตสรรพสิ่งก็ยังดำเนินชีวิตต่อไป โดยไม่มีเสียงพณาไก่ขันในตอนเช้า พร้อมกับความคิดที่ติดค้างในหัวของลูกๆ ว่าที่จริงแล้ว พระอาทิตย์ขึ้นเพราะพ่อพญาไก่ขัน หรือว่า พ่อพญาไก่ขันเพราะพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับเสียงขันที่ค่อยๆเลื่อนลางไปจากความทรงจำของทุกคน

เป็นคนสำคัญ หรือ สำคัญตนว่าสำคัญ

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569
งานโครงการจาริกธุดงค์เฉลิมพระเกียรติ
กาญจนบุรีถึงศรีสะเกษ
เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568
สิ้นสุดวันที่ 17 มกราคม 2569
ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์ผู้สมาทาน
ธุดงค์จำนวน 552 รูปตลอดระยะทาง800กว่ากิโลรวม 53 วัน
ถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุสงฆ์ทุกวันจำนวน 29,256 รูป
ด้วยปัจจัยจากเจ้าภาพในทิศทั้งสี่
….ประกาศอนุโมทนากับเจ้าภาพทุกท่านทุกบาททุกสตางค์….
ที่ร่วมกันทำนุบำรุงงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เคลื่อนไปอย่างหนักแน่นมั่นคงดีงามด้วยมรรควิถีแห่งเนื้อนาบุญ

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569
เป็นผู้แทนเจ้าภาพ
ถวายปัจจัยทอดผ้าป่า 1,177,374 บาท
ยกฉัตรขึ้นยอดเจดีย์วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ
——–
ตั้งนะโม3จบ
ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยเป็นที่พึ่งเป็นที่ระลึก
บุญกุศลใดที่เกิดขึ้นแล้วในการถวายมหาสังฆทานแก่พระภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ในทิศทั้งสี่ที่จาริกธุดงค์ตลอดเส้นทาง
ขอบุญกุศลนี้จงส่งผลให้ข้าพเจ้ามีความสุขความเจริญท่ามกลางศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ และปัญญา ขอให้ข้าพเจ้ามีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง หากข้าพเจ้ามีความปรารถนาสิ่งใดขอความปรารถนาอันเป็นกุศลจงสำเร็จในปัจจุบัน
ขอน้อมอุทิศบุญกุศลทั้งหลายให้พระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ที่ดำรงค์ชาติศาสนาทุกพระองค์
ขอน้อมอุทิศแก่บิดามารดาปู่ตาย่ายาย
บรรพบุรุษบรรพชนผู้เกี่ยวข้องทางสายเลือด ญาติสนิทมิตรสหายตลอดถึงผู้มีพระคุณทั้งหลายจงมีส่วนในบุญ
พุทธังอนันตัง ธัมจักรวาลัง สังฆังนิพพานัง
ข้าพเจ้าขอแผ่เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาให้แก่สรรพสิ่ง
สรรพสัตว์สรรพวิญญานผู้เป็นญาติ
และไม่มีญาติจงมีส่วนได้รับผลบุญ
ทั้งธาตุสี่ดินน้ำไฟลมในกายข้าพเจ้าจงเอิบอาบ
ปีติสว่างไสวด้วยพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ
เจริญด้วยมนุษย์สมบัติอยู่ในฐานะอันประเสริฐ
ไปจนตลอดชีวิตด้วยเทอญ
___________________
การยกฉัตรเจดีย์ คือ การทำบุญใหญ่ที่ เป็นการยกฉัตร (ร่มซ้อน) ขึ้นประดิษฐานบนยอดเจดีย์หรือพระพุทธรูป มีความหมายถึงการสร้างบุญบารมีอันยิ่งใหญ่
ได้อานิสงส์เป็นที่ร่มเย็นสุข ป้องกันภัยอันตราย เกิดความเจริญรุ่งเรือง มีเกียรติยศสูงส่ง และปกป้องคุ้มครองผู้ทำบุญและครอบครัวตลอดไป เป็นสัญลักษณ์ของความเคารพสูงสุดต่อพระพุทธเจ้า. 
* เครื่องหมายแห่งเกียรติยศ: ฉัตรเป็นเครื่องสูงแสดงถึงยศศักดิ์และเกียรติยศ เมื่อนำไปตั้งเหนือเจดีย์หรือพระพุทธรูปจึงหมายถึงการยกย่องบูชาอย่างสูงสุด.
* ความร่มเย็นเป็นสุข: เป็นสัญลักษณ์ของการได้รับความร่มเย็น ปัดเป่าความร้อน ความหนาว และภยันตรายต่างๆ.
* การเสริมสร้างบารมี: การยกฉัตรเป็นการสร้างเสริมบุญบารมีให้แก่ตนเองและครอบครัว ให้เกิดความเป็นสิริมงคล.
* การปกป้องคุ้มครอง: เชื่อว่าผู้ถวายฉัตรจะได้รับวการปกป้องคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้มีชีวิตที่ปลอดภัยและไม่ตกต่ำ.

ยกฉัตรวัดดงก้าวกัลยาราม
ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระรัตนตรัย
บุญกุศลใดที่แม่ชีได้กระทำแล้วด้วยฝ่ามืออันชุ่ม
ขอบุญนี้จงหนุนนำให้ท่านทั้งหลาย
จงมีส่วนแห่งทานมีส่วนแห่งธรรม
คูณค้ำให้ทุกท่านอย่าได้ตกต่ำมีสุขภาพแข็งแรง
เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์รู้เท่าทันทุกข์ในใจเป็นอัศจรรย์

แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2568

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2568
———————
เป็นผู้แทนเจ้าภาพในทิศทั้งสี่
ถวายทานด้วยมือตนเอง
ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
โครงการจาริกธุดงค์เฉลิมพระเกียรติปี2568-2569
จุดพักปักกลดคืนวันพฤหัสบดี
ที่ 15 ม.ค.2569
จุดฉันวันศุกร์ที่ 16 ม.ค.2569
วัดวารีกุฎาราม ต.โพนทราย
อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด

สาธยายพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย
บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ.บ้านเพชรบำเพ็ญ ต.ห้วยทรายเหนือ
อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ

ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด

ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
————-
แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ