วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569
———————
น้อมกราบสักการะพระพุทธเมตตา
ถวายศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ และปัญญา
เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานสาธยายปฏิจจสมุปบาท
สวดรัตนปริตถวายเป็นพุทธบูชา
ถวายปัจจัยแก่พระสงฆ์ตลอดถึงให้ทาน
ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ.มหาเจดีย์
พุทธคยา เมืองคยา อุตตรประเทศ อินเดีย
ถวายภัตตาหารพระสงฆ์
คณะสาธยายพระไตรปิฎกสัญจร
ณ.วัดดอนตะโหนด ต.โพธิ์ทะเล อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี
ถวายภัตตาหารแก่คณะสงฆ์
ณ วัดอุทยานธรรมดงยาง
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ
ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดดงก้าวกัลยาราม
ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ
ร่วมถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.วัดส่วนป่ากตัญญูตาราม อ.พนมไพร
จ.ร้อยเอ็ด
ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์สามเณร
ณ.มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โรงเรียนสามเณรนานาชาติ
ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
__________________
เทวดาทูลถาม..
1. อะไรเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างประเสริฐของคนในโลกนี้?
2. อะไรที่บุคคลประพฤติดีแล้วนำความสุขมาให้?
3. อะไรเป็นรสที่ดียิ่งกว่ารสทั้งหลาย?
4. คนมีชีวิตเป็นอยู่อย่างไร นักปราชญ์จึงกล่าวว่ามีชีวิตประเสริฐ
พระพุทธเจ้าตรัสตอบ..
1. ศรัทธา ความเชื่อในสิ่งที่ดีงามเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างประเสริฐของคนในโลกนี้
2. ธรรม ความดีงามที่บุคคลประพฤติดีแล้ว นำความสุขมาให้
3. ความจริง สัจจะเท่านั้น เป็นรสที่ดียิ่งกว่ารสทั้งหลาย
4. คนที่เป็นอยู่ด้วย ปัญญา นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่ามีชีวิตประเสริฐ
สาธุ สาธุ สาธุ ความประเสริฐ 4 ประการ
แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ






































































































































































