ขอเชิญชวนร่วมสวดมนต์สรรเสริญพระรัตนตรัย 108 จบ สวดธรรมจักร์จบที่109 วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2561 ณ.บ้านเพชรบำเพ็ญ เวลาแปดโมงเช้าเป็นต้นไป

ขอเชิญชวนร่วมสวดมนต์สรรเสริญพระรัตนตรัย 108 จบ สวดธรรมจักร์จบที่109 วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2561 ณ.บ้านเพชรบำเพ็ญ เวลาแปดโมงเช้าเป็นต้นไป

อานิสงส์ของการสวดมนต์

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ได้กล่าวว่ายังมีคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า การสวดมนต์มีประโยชน์น้อย และเสียเวลามากหรือฟังไม่รู้เรื่อง ความจริงแล้วการสวดมนต์มีประโยชน์อย่างมากมาย เพราะการสวดมนต์เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดี ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าพระองค์ท่านมีคุณวิเศษอย่างไร พระธรรมคำสอนของพระองค์มีคุณอย่างไร และพระสงฆ์อรหันต์อริยเจ้ามีคุณเช่นไร

การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ แล้วใช้สติพิจารณาจนเกิดปัญญาและความรู้ความเข้าใจ ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์นั่นคือ จะทำให้ท่านเป็นผลจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ที่อาตมากล่าวเช่นนี้ มีหลักฐานปรากฏในพระธรรมคำสอนที่กล่าวไว้ว่า

#โอกาสที่จะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์มี 5 โอกาสด้วยกันคือ
• เมื่อฟังธรรม
• เมื่อแสดงธรรม
• เมื่อสาธยายธรรม นั่นคือ #การสวดมนต์
• เมื่อตรึกตรองธรรม หรือเพ่งธรรมอยู่ในขณะนั้น
• เมื่อเจริญวิปัสสนาญาณ

การสวดมนต์ในตอนเช้าและในตอนเย็นเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา ตั้งแต่สมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาบรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย ต่างพากันมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ โดยแบ่งเวลาเข้าเฝ้าเป็น 2 เวลา นั่นคือ

ตอนเช้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อฟังธรรม ตอนเย็นเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อฟังธรรม การฟังธรรมเป็นการชำระล้างจิตใจ ที่เศร้าหมองให้หมดไปเพื่อสำเร็จสู่มรรคผลพระนิพพาน

การสวดมนต์นับเป็นการดีพร้อมซึ่งประกอบไปด้วยองค์ทั้ง 3 นั่น คือ
• กาย มีอาการสงบเรียบร้อยและสำรวม
• ใจ มีความเคารพนบนอบต่อคุณพระรัตนตรัย
• วาจา เป็นการกล่าวถ้อยคำสรรเสริญถึงพระคุณอันประเสริฐ ในพระคุณทั้ง 3 พร้อมเป็นการขอขมา ในการผิดพลาดหากมีและกล่าวสักการะเทิดทูนสิ่งสูงยิ่ง ซึ่งเราเรียกได้ว่าเป็นการสร้างกุศล ซึ่งเป็นมงคลอันสูงสุดที่เดียว…..

ดูก่อน.. ท่านเจ้าพระยาและอุบาสก อุบาสิกาในที่นี้ การสวดมนต์เป็นการระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ เมื่อจิตมีที่พึ่งคือ คุณพระรัตนตรัย ความกลัวก็ดี ความสะดุ้งกลัวก็ดี และความขนพองสยองเกล้าก็ดี ภัยอันตรายใด ๆ ก็ดี จะไม่มีแก่ผู้สวดมนต์นั่นแล..

จากหนังสือ อมตะธรรม สมเด็จโต พรหมรังษี

แม่ชี ทศพร วชิระบำเพ็ญ

วันที่ 29 กันยายน 2561 ณ บ้านเพชรบำเพ็ญ ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

 

วันที่ 29 กันยายน 2561
ณ บ้านเพชรบำเพ็ญ ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

ขออนุโมทนากับพระ , ผู้ปฏิบัติธรรม และคณะพระวิปัสสนาจารย์ทุกท่านนะคะ ที่เข้าปฏิบัติธรรม ณ บ้านเพชรบำเพ็ญ ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

ขอขอบคุณเครดิตภาพ
: คุณบุษราพร ธนาถาวรฤทธิ์
———————————-

———————————-

..ท่านสามารถเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุสงฆ์และอุบาสก อุบาสิกา ร่วมกับคุณแม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ ได้ตามกำลังนะคะ หรือร่วมบุญ 300 บาท ได้รับของที่ระลึกจากคุณแม่ 1 ชิ้นนะคะ

: มีหลวงปู่ทวด รุ่นทานบารมี บ้านเพชรบำเพ็ญ รุ่น 2 หรือ
: ล็อคเก็ตคุณแม่ชีทศพร ขนาดเท่าเหรียญ 2 บาท หรือ
: ลูกแก้ว (คริสตัล) สมปรารถนา หรือ
: แหวนเงินทศพร (ซึ่งมีไซส์ 52 ถึง 64 )

โดยร่วมบุญค่าภัตตาหารพระและผู้ปฏิบัติธรรม ได้ที่เลขบัญชีธนาคารกสิกร 633-211-431-8 ชื่อบัญชี นางทศพร วชิระบำเพ็ญ สาขาลาดพร้าว 67

สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กดที่ลิงค์ https://line.me/R/ti/p/%40baanphetbumpen หรือ

ที่ไอดีไลน์ @baanphetbumpen (อย่าลืมใส่@นะคะ)

บ้านเพชรบำเพ็ญ : 093-695-6364

***ขอความกรุณา ส่งเฉพาะทางไลน์นะคะ ข้อความทางเฟซ และที่โพสต์หน้าเพจ ข้อความไม่แจ้งเตือนคะ**

ขอเชิญร่วมตักบาตรเทโวโรหณะ ณ บ้านเพชรบำเพ็ญ ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ในวันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2561 เวลา 7.00 น.

ขอเชิญร่วมตักบาตรเทโวโรหณะ ณ บ้านเพชรบำเพ็ญ ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ในวันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2561 เวลา 7.00 น.

มาร่วมอนุโมทนาบุญกับพระที่กำหนดปฏิบัติธรรม เจริญวิปัสสนากรรมฐานตลอดพรรษา วันละ 18 ชั่วโมง

และขออนุโมทนาบุญกับเจ้าภาพภัตตาหารทุกท่านที่ร่วมบุญภัตตาหารตลอดตั้งแต่เริ่มจัดปฏิบัติธรรม

ตลอดเวลาตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2561 ถึงวันนี้ (29 กันยายน 2561) มีพระ สามเณร ผู้ปฏิบัติธรรมชายหญิง เป็นจำนวน 600 รูป/คน อนุโมทนาบุญร่วมกันนะคะ

..แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ..

———————————-

ขอเชิญร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง โดยตอนนี้มีพระสงฆ์ และพระวิปัสสนาจารย์ รวม 42 รูปคะ

..บ้านเพชรบำเพ็ญ..

1-7 ตุลาคม 2561 เชิญร่วมปฏิบัติธรรม ที่ธรรมวิโรจนาราม

 

1-7 ตุลาคม 2561 เชิญร่วมปฏิบัติธรรม ที่ธรรมวิโรจนาราม
โดย ท่านสยาดอ ภัททันตวิโรจนะ (สัตตาหะไปสอนและสอบอารมณ์ให้ค่ะ)
ติดต่อได้ที่
(๑) สำนักงานฯ โทร ๐๙๕-๔๕๙-๙๐๙๐
(๒) พระอาจารย์โฆษิต ปญฺญาวโร โทร.๐๙๘-๕๗๕-๐๒๘๐
(๓) แม่ชีเกสร เมฆวดี โทร. ๐๘๗-๑๙๓ ๙๒๑๘

แม่ชี ทศพร วชิระบำเพ็ญ

ขอเชิญเป็นเจ้าภาพเทศน์มหาชาติ ณ วัดดอนตะโหนด

ขอเชิญเป็นเจ้าภาพเทศน์มหาชาติ
ณ วัดดอนตะโหนด อ.ค่ายบางระจัน สิงห์บุรี

กำหนดการ

วันอาทิตย์ที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๑
เวลา ๐๗.๐๐ น. เป็นต้นไป เริ่มเดินคาถาพัน จำนวน ๑,๐๐๐ คาถา (เทศน์มหาชาติเป็นภาษาบาลี)

วันจันทร์ที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๑
เวลา ๐๗.๐๐ น. เริ่มเทศน์มหาชาติกัณฑ์ที่ ๑ กัณฑ์ทศพร เป็นต้นไป จนกว่าจะจบ ๑๓ กัณฑ์

พระพุทธองค์ตรัสอานิสงส์การฟังธรรม มี ๕ ประการคือ
๑.ผู้ฟังย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง
๒.สิ่งใดเคยฟังแล้วยังไม่เข้าใจ ย่อมเข้าใจส่ิงนั้นชัดเจนมากขึ้น (ฟังซ้ำ)
๓.เมื่อเข้าใจสิ่งใดอย่างชัดเจน ชัดแจ้ง ย่อมบรรเทาความสงสัยที่เกิดขึ้นในใจได้
๔.เมื่อหายสงสัย ย่อมทำความเห็นให้ถูกต้องตามความเป็นจริงได้
๕.เมื่อเป็นผู้มีความเห็นถูกต้องตามจริง จิตย่อมผ่องใส ไม่เศร้าหมอง

ท่านสามารถร่วมบุญได้โดยรับเป็นเจ้าภาพคาถาละ ๑๐ บาท
โอนเงินได้ที่บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขที่ 135-2-60307-0
สามารถแจ้งสลิปการโอนได้ที่ Line : somkiat
ID Line : somkiat6565

ขอเชิญร่วมสวดมนต์ธรรมจักรกัปปะวัตนสูตรปีที่ 4 ครั้งที่10 วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2561 เวลา8.00น.

ประชาสัมพันธ์ค่ะ
ขอเชิญร่วมสวดมนต์ธรรมจักรกัปปะวัตนสูตรปีที่ 4 ครั้งที่10
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2561 เวลา8.00น.
การสวดมนต์ในพรรษาคือการถวายปฎิบัติบูชาคุณของพระรัตนตรัยมีอานิสงค์มาก สวดสามศาลา 108 จบ

ท่านสามารถมาสวดกับพระสงฆ์ที่เจริญวิปัสสนากรรมฐาน และ
โยคีที่ปฎิบัติธรรมกำหนดอริยบทละเอียด ถือว่าได้มาอนุโมทนา และได้สร้างกุศลร่วมกันซึ่งทำได้ยาก ที่จะมีโอกาส

เส้นทางจากกรุงเทพถึงบ้านเพชรบำเพ็ญน้ำไม่ท่วม เดินทาง
สะดวก มาร่วมกันสวดนะคะ

แม่ชี ทศพร วชิระบำเพ็ญ

ระหว่างปฎิบัติธรรมตามแนวสติปัฎฐาน๔ โยคีผู้ปฎิบัติธรรมต้องมีสติระลึกรู้ กำหนดจดจ่ออยู่กับสภาวะธรรม….

ระหว่างปฎิบัติธรรมตามแนวสติปัฎฐาน๔ โยคีผู้ปฎิบัติธรรมต้องมีสติระลึกรู้ กำหนดจดจ่ออยู่กับสภาวะธรรม ที่เกิดขึ้นจากฐานกาย เวทนา จิต และธรรมารมณ์ โดยกำหนดเพื่อรู้ เมื่อจิตรู้ (ตามความเป็นจริงแล้ว) จิตก็จะปล่อยวางสภาวธรรม รู้สักแต่ว่าสิ่งใดเข้ามากระทบ กาย ใจ หรือที่เรียกว่ารูปกับนาม

มรรค ๘ เป็นข้อปฏิบัติของกายที่เชื่อมต่อกับจิต ถ้าปฏิบัติก้าวหน้าจะสามารถแยกกายและจิตออกจากกันได้ เมื่อจิตละเอียด กายละเอียด แค่เสียงเข็มหล่นก็ดังเข้าไปในมโนทวาร ดังนั้นความยึดมั่นถือมั่น ความอิจฉาริษยา ความอยากมีอยากเป็น หรือแค่ความนึกคิดลังเลสงสัย ที่เป็นกิเลส โยคีผู้ปฎิบัติจะมีความกระเพื่อมเพียงน้อยนิด

ทุกคนล้วนมีวิบากกรรมก่อให้เกิดเวทนาอย่างแรงกล้า โยคีต้องอดทนดูความเวทนาที่ไม่สามารถบังคับ
ให้เป็นดังใจได้ การชดใช้กรรมจะเกิดขึ้นในขณะเจริญวิปัสสนากรรมฐาน เวทนาทางกาย เวทนาทางใจ
จิตมีหน้าที่ดู ความเป็นไปของเวทนา เมื่อกำหนดจนเวทนาดับ วิบากกรรมจะเป็นตัวแปรในทุกขณะจิต

การปฎิบัติกำหนดต่อเนื่องทุกอริยบท ต้องมีความเพียรความอดทนต่อสิ่งที่เข้ามากระทบ กำหนดด้วยปัญญาค่อยๆพิจารณาธรรมมารมณ์ ปวดมีรูปร่างแบบ
ไหน ?ไม่มีรูปร่าง รู้สึก..เจ็บ..ปวด..ร้อน..โกรธ..เบื่อ..ง่วง..หดหู่..เบิกบาน..สุข ..ทุกข์ คือธรรมมารมณ์ที่โยคีต้องพิจารณา

กิเลสคืออะไร กิเลสคือความโกรธ ความโลภ ความหลง ที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ไม่ว่าจะเกิดมากี่ชาติโกรธ โลภ หลง จะเป็นตัวแปรสำคัญทำให้วนอยู่ในโลกของโลกีย์ เมาอยู่ในความประมาท

จะไม่มีความบังเอิญใดเกิดขึ้นในการปฎิบัติธรรม หรือแม้แต่ไม่เคยปฎิบัติ ทุกเรื่องราวเป็นเหตุเป็นผลของกรรมทั้งสิ้น ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว การเรียนรู้ที่จะให้ชีวิตมีกำไร ต้องลงมือปฎิบัติธรรมตามแนวสติปัฎฐาน๔

การกำหนดตามแนวสติปัฎฐาน๔ คือการกำหนดรู้ตามสภาวะธรรมทางกาย เรียกว่ากายานุปัสสนา มรรค๘คือองค์ของศีล สมาธิ ปัญญา ดูกาย ดูเวทนา จิตตามเฝ้าดูสภาวะธรรม เมื่อปฎิบัติจนนิ่งสงบจาก โกรธ โลภ หลง จิตจะมีกำลัง เกิดปัญญา เกิดความรู้สูงขึ้นเป็นลำดับขั้นที่เรียกว่าสภาวะของญาณจะมีกำลังไปตัดละจนกิเลสดับไม่เหลือเชื้อ เรียกว่านิพพาน

ส่วนการบริกรรมภาวนาว่า พุทโธ เป็นส่วนหนึ่งของการปฎิบัติธรรม เมื่อภาวนาไปเรื่อยๆจนสมาธิแนบแน่นเป็นหนึ่ง จะทำให้เกิดเป็นสมาบัติ แต่เชื้อของกิเลสยังไม่ดับเรียกว่า สมถะกรรมฐานในส่วนนี้จะเป็นเพียงเอาหินทับกิเลสไว้ ไม่ได้ถอนรากถอนโคนรากเหง้าของกรรม

การกำหนด
เป็นการอัพเกรด สภาวะธรรมจาก สัญชาตญาณ หรือ สัญญา ให้เป็นวิปัสสนากรรมฐาน ให้เป็นวิปัสสนากุศล
การที่โยคีจะกำหนด สภาวะธรรมได้ ต้องประกอบด้วย
อาตาปี คือเพียรใส่ใจในสภาวะธรรม ในอารมณ์นั้นๆ
สัมปชาโน คือมีความรู้ตัวอยู่ว่า มีสภาวธรรมใดเกิดขึ้นกับจิต
และ สติมา สามารถระลึกได้ว่า สภาวธรรมที่เกิดขึ้นกับจิตนั้นคืออะไร ชื่อว่าอะไร แล้วจึง กำหนด (บริกรรม) ไปจนสภาวธรรมนั้นชัดเจน ว่าเกิดอย่างไร เปลี่ยนไปอย่างไร และดับไปอย่างไร

ถ้าโยดีไม่กำหนด การรู้อารมณ์ต่างๆ จะไม่ชัดเจน ไม่เป็นวิปัสสนากรรมฐาน จะไม่ต่างจากสัตว์ที่ทั้งหลายเช่นแมว หรือ เสือ. ที่รู้ว่าตัวมันเองกำลังเดิน กำลังวิ่ง กำลังกิน กำลังนอนอยู่ การรู้ของสัตว์ทั้งหลายเป็นเพียงสัญชาตญาณ ไม่สามารถยกขึ้นเป็นวิปัสสนาได้
แต่การรู้ของมนุษย์สามารถพัฒนาหรืออัพเกรดได้

อานิสงส์วิปัสสนากรรมฐาน
๑ทำให้เกิดปัญญารู้เห็นตามความจริง
๒ สามารถดับทุกข์ได้ตามกำลังการปฏิบัติ
๓ เป็นผู้มีปัญญามากทั้งปัจจุบันและภพชาติต่อไป
๔ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน
๕ พ้นจากความโศก
๖ พันจากความร่ำไรรำพัน
๗ พ้นจากความคร่ำครวญ
๘. พ้นจากความความเสียใจ
๙ พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด
๑๐ ตัดกรรมเก่า (อกุศลกรรม)
๑๑ ไม่เพิ่มกรรมใหม่ (อกุศลกรรม)
๑๒ตัดภพตัดชาติ (กำหนด ๑ ครั้งตัด ๗ ชาติ เป็นการอนุมาน ไม่ได้หมายความว่า จะ ๗ ชาติ เป๊ะๆ)
๑๓. เป็นเหตุให้ได้บรรลุเป็นพระอริยะบุคคล ตั้งแต่ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์
๑๔​ แม้ชาติปัจจุบันก็อยู่อย่างมีความสุขมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติ เพราะรู้วิธีการดับทุกข์

โครงการวิปัสสนากรรมฐานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

แม่ชี ทศพร วชิระบำเพ็ญ

โครงการวิปัสสนากรรมฐานขั้นพื้นฐานครั้งที่ 1 ณ.วัดป่าภูริทัตตวนาราม ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่13-15 สิงหาคม 2561

 

โครงการวิปัสสนากรรมฐานขั้นพื้นฐานครั้งที่ 1
ณ.วัดป่าภูริทัตตวนาราม
ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่13-15 สิงหาคม 2561

อนุโมทนาบุญร่วมกันนะคะ

12 สิงหามหาราชินี

12 สิงหามหาราชินี
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ พร้อมสมาชิกเพจ บ้านเพชรบำเพ็ญ