หมวดนิวรณ์

หมวดนิวรณ์
          {๑๔๑}ภิกษุทั้งหลาย    ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่    อย่างไร
           คือ   ภิกษุในธรรมวินัยนี้พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลาย    คือนิวรณ์  ๕ ประการอยู่     ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลาย    คือ    นิวรณ์    ๕    ประการอยู่    อย่างไร
           คือ    ภิกษุในธรรมวินัยนี้
๑.    เมื่อกามฉันทะภายในมีอยู่    ก็รู้ชัดว่า    ‘กามฉันทะภายในของเรามีอยู่’  หรือเมื่อกามฉันทะภายในไม่มี    ก็รู้ชัดว่า    ‘กามฉันทะภายในของเราไม่มี’    การเกิดขึ้นแห่งกามฉันทะที่ยังไม่เกิดขึ้นมีได้ด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัดเหตุนั้น    การละกามฉันทะที่เกิดขึ้นแล้วมีได้ด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัดเหตุนั้น  และกามฉันทะที่ละได้แล้วจะไม่เกิดขึ้นต่อไปอีกด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัดเหตุนั้น

๒.    เมื่อพยาบาทภายในมีอยู่    ก็รู้ชัดว่า    ‘พยาบาทภายในของเรามีอยู่’  หรือเมื่อพยาบาทภายในไม่มี    ก็รู้ชัดว่า    ‘พยาบาทภายในของเราไม่มี’    การเกิดขึ้นแห่งพยาบาทที่ยังไม่เกิดขึ้นมีได้ด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัดเหตุนั้น    การละพยาบาทที่เกิดขึ้นแล้วมีได้ด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัดเหตุนั้น    และพยาบาทที่ละได้แล้วจะไม่เกิดขึ้นต่อไปอีกด้วยเหตุใดก็รู้ชัดเหตุนั้น

๓.    เมื่อถีนมิทธะภายในมีอยู่    ก็รู้ชัดว่า    ‘ถีนมิทธะภายในของเรามีอยู่’หรือเมื่อถีนมิทธะภายในไม่มี    ก็รู้ชัดว่า    ‘ถีนมิทธะภายในของเราไม่มี’    การเกิดขึ้นแห่งถีนมิทธะที่ยังไม่เกิดขึ้นมีได้ด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัดเหตุนั้น    การละถีนมิทธะที่เกิดขึ้นแล้วมีได้ด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัดเหตุนั้น    และถีนมิทธะที่ละได้แล้วจะไม่เกิดขึ้นต่อไปอีกด้วยเหตุใดก็รู้ชัดเหตุนั้น

    ๔.เมื่ออุทธัจจกุกกุจจะภายในมีอยู่    ก็รู้ชัดว่า    ‘อุทธัจจกุกกุจจะภายในของเรามีอยู่’    หรือเมื่ออุทธัจจกุกกุจจะภายในไม่มี    ก็รู้ชัดว่า    ‘อุทธัจจกุกกุจจะภายในของเราไม่มี’               การเกิดขึ้นแห่งอุทธัจจกุกกุจจะที่ยังไม่เกิดขึ้นมีได้ด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัดเหตุนั้น    การละอุทธัจจกุกกุจจะที่เกิดขึ้นแล้วมีได้ด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัดเหตุนั้น    และอุทธัจจกุกกุจจะที่ละได้แล้วจะไม่เกิดขึ้นต่อไปอีกด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัดเหตุนั้น

๕.    เมื่อวิจิกิจฉาภายในมีอยู่    ก็รู้ชัดว่า    ‘วิจิกิจฉาภายในของเรามีอยู่’หรือเมื่อวิจิกิจฉาภายในไม่มี    ก็รู้ชัดว่า    ‘วิจิกิจฉาภายในของเราไม่มี’    การเกิดขึ้นแห่งวิจิกิจฉาที่ยังไม่เกิดขึ้นมีได้ด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัด  เหตุนั้น    การละวิจิกิจฉาที่เกิดขึ้นแล้วมีได้ด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัดเหตุนั้นและวิจิกิจฉาที่ละได้แล้วจะไม่เกิดขึ้นต่อไปอีกด้วยเหตุใด    ก็รู้ชัดเหตุนั้น

           ด้วยวิธีนี้    ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายภายในอยู่    พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายภายนอกอยู่    หรือพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายทั้งภายในทั้งภายนอกอยู่    พิจารณาเห็นธรรมเป็นเหตุเกิดในธรรมทั้งหลายอยู่    พิจารณาเห็นธรรมเป็นเหตุดับในธรรมทั้งหลายอยู่    หรือพิจารณาเห็นทั้งธรรมเป็นเหตุเกิดทั้งธรรมเป็นเหตุดับในธรรมทั้งหลายอยู่

           หรือว่า    ภิกษุนั้นมีสติปรากฏอยู่เฉพาะหน้าว่า  ‘ธรรมมีอยู่’   ก็เพียงเพื่ออาศัยเจริญญาณ    เจริญสติเท่านั้น    ไม่อาศัย(ตัณหาและทิฏฐิ)อยู่    ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไร  ๆในโลก    ภิกษุจึงชื่อว่าพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลาย    คือ    นิวรณ์    ๕    ประการอยู่อย่างนี้แล

พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาฯ (ภาษาไทย ๑) เล่มที่ ๑๒  หน้า ๑๑๒

—————-
แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ